This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังจะเริ่มสกัดกั้นการสัญจรทางทะเลที่เข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลา ET

by VT Markets
/
Apr 13, 2026

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command: CENTCOM) ระบุว่า กองกำลังจะเริ่ม “ปิดล้อม” (blockade คือการสกัดกั้นและควบคุมการสัญจรทางทะเล) การเดินเรือทั้งหมดที่เข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน ในวันจันทร์ เวลา 10:00 น. ตามเวลา ET (14:00 น. GMT) โดยการปิดล้อมครอบคลุมท่าเรืออิหร่านในอ่าวอาหรับ และอ่าวโอมาน

CENTCOM ระบุว่า การบังคับใช้จะเท่าเทียมกับเรือทุกประเภทที่เข้าและออกจากท่าเรืออิหร่าน พร้อมย้ำว่า เรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อไปยัง/มาจากท่าเรือที่ “ไม่ใช่ของอิหร่าน” จะไม่ถูกจำกัด “เสรีภาพในการเดินเรือ” (freedom of navigation คือสิทธิในการเดินเรือผ่านเส้นทางสากลโดยไม่ถูกรบกวนอย่างไม่เป็นธรรม)

รายละเอียดการปิดล้อม และบริบทเร่งด่วน

คาดว่าผู้ประกอบการเรือพาณิชย์จะได้รับรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน “ประกาศอย่างเป็นทางการ” ก่อนการปิดล้อมเริ่มต้น โดยการอัปเดตนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า การเจรจาหยุดพักรบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลวช่วงสุดสัปดาห์

ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จากข่าวการเจรจาล่มและประกาศปิดล้อม โดย WTI (West Texas Intermediate) คือน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ใช้เป็น “ราคามาตรฐานอ้างอิง” (benchmark คือราคากลางที่ตลาดใช้เทียบ) และมีจุดส่งมอบหลักที่คุชชิง (Cushing hub คือศูนย์เก็บและกระจาย/จุดส่งมอบน้ำมันในสหรัฐฯ)

ราคาน้ำมัน WTI ถูกกำหนดหลักๆ โดยอุปสงค์-อุปทาน, การเติบโตเศรษฐกิจโลก, เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์, มาตรการคว่ำบาตร (sanctions คือมาตรการกดดัน เช่น จำกัดการค้า/การเงิน), การตัดสินใจของโอเปก (OPEC คือกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน), และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รายงานสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ จาก API (วันอังคาร) และ EIA (วันพุธ) ก็มีผลต่อราคาเช่นกัน โดย API คือสถาบันเอกชนด้านอุตสาหกรรมน้ำมันที่รายงานตัวเลขสต็อก และ EIA คือหน่วยงานรัฐของสหรัฐฯ ที่รายงานพลังงาน

หากสหรัฐฯ เริ่มปิดล้อมท่าเรืออิหร่านตามกำหนด คาดว่าราคา WTI และ Brent (เบรนท์คือน้ำมันดิบอ้างอิงฝั่งยุโรป/ตลาดโลก) จะกระโดดขึ้นทันทีเมื่อเปิดตลาด เพราะเป็นความเสี่ยงต่อ “อุปทาน” โดยตรง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกผันผวนสูง ผู้ที่ซื้อขาย “อนุพันธ์” (derivatives คือสัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรเตรียมรับความผันผวนตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์

การปิดล้อมอาจทำให้น้ำมันออกสู่ตลาดลดลงมาก โดยอิหร่านเคยส่งออกราว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงก่อนต้นปี 2026 ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบโลกอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีเล็กน้อย ทำให้ “ช็อกด้านอุปทาน” (supply shock คืออุปทานลดลงฉับพลัน) ส่งผลรุนแรงขึ้น ตลาดแทบไม่มีส่วนเกินรองรับ จึงหนุนให้ราคาปรับขึ้น

ผลต่อการเทรด และความเสี่ยงที่ต้องจับตา

สำหรับนักลงทุน การซื้อ “คอลออปชัน” (call options คือสิทธิในการซื้อในราคาที่กำหนด) บนสัญญาน้ำมัน WTI และ Brent เป็นวิธีตอบสนองที่ตรงประเด็นต่อข่าวเชิงบวกต่อราคา (bullish คือมุมมองว่าราคามีโอกาสขึ้น) อีกทางคือเทรด “ความผันผวน” โดยดัชนีความผันผวนน้ำมันดิบของ CBOE (OVX) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความผันผวนจากราคาออปชัน อาจพุ่งเหนือ 50 ในไม่กี่วัน การซื้อคอลบน OVX หรือถือสถานะ “ลองความผันผวน” (long volatility คือได้ประโยชน์เมื่อราคาสวิงแรง) อาจให้ผลตอบแทนสูง

ตลาดเคยตอบสนองต่อช็อกภูมิรัฐศาสตร์ เช่น เหตุโดรนโจมตีโรงงานซาอุฯ ปี 2019 ที่ทำให้ราคาพุ่งเกือบ 15% ในวันเดียว และการเริ่มต้นความขัดแย้งยูเครนปี 2022 ที่ดันราคาน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลต่อเนื่อง เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ว่า การปรับขึ้นแรงเป็นเลขสองหลักในสัปดาห์นี้มีโอกาสเกิดขึ้น

ควรจับตา “สเปรด” ระหว่าง Brent กับ WTI (spread คือส่วนต่างราคา) เพราะคาดว่า Brent จะปรับขึ้นมากกว่า เนื่องจากใกล้จุดเสี่ยง จึงทำให้กลยุทธ์ “ลอง Brent/ชอร์ต WTI” (long/short คือถือฝั่งได้กำไรเมื่อขึ้น/ลง) น่าสนใจ ขณะเดียวกัน กลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนเชื้อเพลิงอาจอ่อนตัว จึงอาจใช้ “พุตออปชัน” (put options คือสิทธิในการขายในราคาที่กำหนด) ของหุ้นสายการบินและเดินเรือเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร

ประกาศปิดล้อมระบุชัดว่า การผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ถูกจำกัด แต่ยังเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องติดตาม หากมีสัญญาณการตอบโต้ของอิหร่านที่กระทบการขนส่งน้ำมันราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ผ่านช่องแคบนี้ จะทำให้ราคาพุ่งรอบใหม่และแรงกว่าเดิม ความเสี่ยงปลายหาง (tail risk คือความเสี่ยงที่โอกาสเกิดต่ำแต่ผลกระทบสูง) ทำให้การถือสถานะฝั่งขึ้นอาจยังจำเป็นแม้ราคากระโดดรอบแรกแล้ว

สัปดาห์นี้ รายงานสต็อกจาก API วันอังคาร และ EIA วันพุธ จะสำคัญมาก ตลาดจะไวต่อ “สต็อกลดลง” (draw คือปริมาณคงคลังลด) เพราะสะท้อนอุปทานตึงตัว หากลดลงมากกว่าคาด อาจหนุนให้แนวโน้มขึ้นเดินหน้าต่อ

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code