TD Securities คาดว่า “การส่งออก” (มูลค่าสินค้าที่ขายไปต่างประเทศ) ของจีนในเดือนมีนาคมจะชะลอลง หลังทำผลงานแข็งแกร่งในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ โดย “ต้นทุนปัจจัยการผลิต” (ค่าใช้จ่ายวัตถุดิบ พลังงาน ค่าขนส่ง และค่าแรงที่ใช้ในการผลิต) ที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้การผลิตช้าลง และกดดันการเติบโตของการส่งออกในระยะใกล้
ด้าน “การนำเข้า” (มูลค่าสินค้าที่ซื้อจากต่างประเทศ) อาจสูงกว่าคาด หากภาครัฐเร่ง “กักตุน” หรือสำรองสินค้าและโภคภัณฑ์สำคัญ (สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมัน โลหะ ธัญพืช) ท่ามกลางความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน โดยแรงกดดันด้านต้นทุนเดียวกันอาจกระทบแผนการผลิตของภาคธุรกิจ แม้ “การผลิตภาคอุตสาหกรรม” (ปริมาณการผลิตของภาคโรงงานโดยรวม) จะทรงตัวในเดือนมีนาคม
แนวโน้มการเติบโตไตรมาส 1 และอุปสงค์ผู้บริโภค
ยอดค้าปลีกอาจอ่อนตัว หากผู้บริโภคเร่งใช้จ่ายไปก่อนแล้วในช่วงเทศกาลตรุษจีน (CNY) และจากการเริ่มใช้ “เงินอุดหนุนโครงการเปลี่ยนเครื่องใช้/รถเก่าเป็นใหม่” (Trade-in programme subsidies: รัฐช่วยจ่ายบางส่วนเพื่อกระตุ้นให้ซื้อสินค้าใหม่และนำของเก่าไปแลก) เร็วกว่ากำหนด TD Securities ประเมินว่า GDP ไตรมาส 1 เติบโต 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (year on year: เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงต้นไตรมาส
บทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือ AI และผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการ