GBP/USD ปรับขึ้นในวันศุกร์ หลังบรรยากาศการลงทุนแบบรับความเสี่ยง (risk appetite: นักลงทุนกล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ดีขึ้นจากการเริ่มเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปากีสถาน โดยคู่เงินซื้อขายที่ 1.3461 เพิ่มขึ้น 0.20%
เงินเฟ้อสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคมตามคาด ตลาดมองว่าเป็นการขยับขึ้นชั่วคราวครั้งเดียว
Risk Appetite And Sterling Support
ความหวังต่อการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลางหนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เคยมีช่วงคล้ายกันในปี 2025 เมื่อบรรยากาศรับความเสี่ยงดีขึ้นจากการพูดคุยสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ GBP/USD ปรับขึ้น อย่างไรก็ดี ระยะหลังความหวังลดลง เพราะการเจรจาชะงักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่เคยหนุนเงินปอนด์เมื่อปีก่อนเริ่มหายไป
มุมมองปีที่แล้วที่ว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวได้ถูกพิสูจน์ว่าไม่จริง ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ (CPI: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนมีนาคม 2026 ที่ประกาศสัปดาห์นี้ ระบุเงินเฟ้อทั่วไป (headline inflation: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด) อยู่ที่ 3.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 2.8% เงินเฟ้อที่ยังสูงต่อเนื่องหนุนดอลลาร์ เพราะตลาดคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed) จะยังใช้นโยบายเข้มงวดด้านดอกเบี้ย (hawkish: มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยสูงหรือขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ)
ด้านสหราชอาณาจักร เงินเฟ้อชะลอลงได้มากกว่า โดยล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 2.3% ใกล้เป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England/BoE) ความต่างของเส้นทางเงินเฟ้อสะท้อนว่า BoE อาจลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่า Fed ความต่างของนโยบายนี้กดดันคู่ GBP/USD ให้มีแนวโน้มอ่อนลง
Positioning And Volatility Signals
ในสภาพแวดล้อมนี้ ผู้ลงทุนอาจพิจารณาวางสถานะ (positioning: การจัดพอร์ต/เปิดสถานะซื้อขายตามมุมมอง) เพื่อคาดการณ์เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ความผันผวนโดยนัย (one-month implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชันในช่วง 1 เดือน) ของ GBP/USD ปรับขึ้นจากราว 7% เป็น 9.5% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น การซื้อออปชันขาย (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนดภายในเวลาที่กำหนด) หรือทำสเปรดออปชันขาย (put spreads: ซื้อ put และขาย put อีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) อาจช่วยรับประโยชน์จากโอกาสขาลง พร้อมคุมต้นทุนค่าเบี้ย (premiums: ค่าออปชันที่ผู้ซื้อจ่าย)
ข้อมูลล่าสุดจาก CME (Chicago Mercantile Exchange: ตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ยืนยันการเปลี่ยนทิศ โดยสถานะเก็งกำไรสุทธิฝั่งขาย (speculative net short: จำนวนสัญญาฝั่งขายมากกว่าฝั่งซื้อจากนักเก็งกำไร) ในเงินปอนด์เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2025 ตลาดกำลังให้น้ำหนักฉากทัศน์ที่ Fed คงดอกเบี้ย ขณะที่ BoE ผ่อนคลายนโยบาย (eases policy: ลดดอกเบี้ยหรือส่งสัญญาณผ่อนคลาย) ปัจจัยพื้นฐานนี้ทำให้มีโอกาสทดสอบแนวรับที่ต่ำลงมากกว่าการรีบาวด์กลับขึ้นไปใกล้ระดับ 1.3400 ที่เคยเห็นในช่วงเดียวกันของปีก่อน