เควิน ฮัสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council: หน่วยงานทำเนียบขาวที่ให้คำแนะนำนโยบายเศรษฐกิจ) ให้สัมภาษณ์ FOX Business เมื่อวันศุกร์ว่า มุมมองของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ที่จะมี “พื้นที่” ในการลดอัตราดอกเบี้ยนั้นน่าจะแข็งแกร่ง โดยส่วนหนึ่งมาจากคาดการณ์ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อ (inflation: ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น) จากต้นทุนพลังงานจะผ่อนคลายลง
เขายังระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) อาจกลับมาเปิดได้ภายใน 2 เดือน พร้อมชี้ว่ามีแผนสำรองเพื่อเปิดเส้นทาง และราคาพลังงานน่าจะลดลงเร็วเมื่อการขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ
บทเรียนจากเหตุการณ์สะดุดของช่องแคบฮอร์มุซปี 2025
อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2025 เจ้าหน้าที่ก็เคยประเมินคล้ายกันว่าช่องแคบจะเปิดได้ราว 2 เดือน แต่เวลาจริงยืดไปเกือบ 4 เดือน ช่องว่างระหว่างคำชี้นำกับความเป็นจริงทำให้ราคาน้ำมันผันผวนรุนแรง และการมองโลกในแง่ดีช่วงแรกทำให้ผู้ซื้อขายที่เข้าเดิมพันเร็วเกินไปว่า “ราคาพลังงานจะลดทันที” ติดสถานะ
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต) น้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) ที่อยู่ใกล้ 95 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงพีคของการปิดเส้นทาง เคยแตะ 120 ดอลลาร์ช่วงสั้น ๆ ก่อนร่วงลงสู่โซนต่ำกว่า 70 ดอลลาร์ภายในปลายปี การเคลื่อนไหวคล้ายเหตุการณ์คลองสุเอซปี 2021 แต่รุนแรงกว่า
ความผันผวนน้ำมันก็พุ่งขึ้นด้วย โดยดัชนี CBOE Crude Oil Volatility Index (OVX: ดัชนีที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาน้ำมันผ่านราคาออปชัน) เพิ่มขึ้นมากกว่า 40% ในช่วงนั้น ส่งผลดีกับผู้ซื้อขายที่ใช้กลยุทธ์ “สแตรดเดิล/สแตรงเกิล” (straddle/strangle: ซื้อออปชันทั้งขาขึ้นและขาลงเพื่อเก็งความผันผวน) มากกว่าการเดิมพันทิศทางเดียว
ภาพใหญ่ของตลาดที่เชื่อว่า “เฟดลดดอกเบี้ยเพราะพลังงานลง” ถูกต้องในทิศทาง แต่ผิดเรื่องเวลา ช่วงราคาน้ำมันพุ่งทำให้การตัดสินใจของเฟดช้าลง เพราะผู้กำหนดนโยบายรอให้ตัวเลขเงินเฟ้อรายงวด (inflation prints: การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือน/รายไตรมาส) ยืนยันว่าการเปิดเส้นทางส่งผ่านไปสู่ราคาจริงแล้ว
วางกลยุทธ์รับความเสี่ยงคอขวดและความหน่วงนโยบาย
เมื่อความตึงเครียดใกล้ “คอขวด” สำคัญอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ลำดับเหตุการณ์แบบเดิมอาจเกิดซ้ำ หากเส้นทางเดินเรือถูกคุกคาม: ช่วงแรกความไม่แน่นอนดันราคาและความผันผวนขึ้น ก่อนจะย่อลงแรงเมื่อโลจิสติกส์ (logistics: ระบบขนส่งและกระจายสินค้า) กลับปกติ ในกรณีนี้ ผู้ซื้อขายอาจพิจารณา “คอลออปชันอายุยาว” (long-dated call options: สิทธิซื้อที่มีวันหมดอายุไกล) บนหุ้นพลังงานและน้ำมัน เพื่อเก็บโอกาสจากแรงกระชากด้านขึ้น และจับคู่กับ “พุทออปชันอายุสั้น” (shorter-dated puts: สิทธิขายที่หมดอายุใกล้) เพื่อทำกำไรจากการปรับลงภายหลังเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
อีกแนวคิดคือขาย “พุทออปชันนอกเงิน” ระยะสั้น (out-of-the-money puts: ออปชันที่ราคาใช้สิทธิยังไกลจากราคาตลาด) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ย (interest rate futures: สัญญาที่อิงทิศทางดอกเบี้ยในอนาคต) เพื่อสะท้อนมุมมองว่าเฟดอาจยังไม่รีบลดดอกเบี้ย หากช็อกพลังงานชั่วคราวดันเงินเฟ้อระยะสั้น เครื่องมือ CME FedWatch (CME FedWatch: เครื่องมือที่คำนวณความน่าจะเป็นการปรับดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์ส) ขณะนี้สะท้อนว่าตลาดให้น้ำหนักโอกาสมากกว่า 50% ที่จะลดดอกเบี้ยภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจมองโลกในแง่ดีเกินไป หากบทเรียนเรื่อง “ความล่าช้าแบบปี 2025” เกิดซ้ำอีกครั้ง