AUD/USD ขยับขึ้นเหนือกรอบการเคลื่อนไหวเดิม และขึ้นไปใกล้ระดับ 0.7100 ยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อไปที่ 0.7135 ขณะที่ 0.7000 ถูกมองเป็นแนวรับสำคัญที่แข็งแรง (แนวรับคือระดับราคาที่มักมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงราคา)
เมื่อวันที่ 09 เม.ย. ตอนราคาสปอต (ราคาตลาดปัจจุบัน) อยู่ที่ 0.7030 คู่เงินนี้ถูกประเมินว่าเคลื่อนไหวขึ้นเร็วมากจนดู “แรงเกินไป” แต่ยังมีโอกาสทดสอบ 0.7135 เพื่อรักษาโมเมนตัมขาขึ้น (โมเมนตัมคือแรงส่งของแนวโน้มราคา) ระบุว่าราคาควรยืนเหนือ 0.6970
Key Levels And Near Term Outlook
แนวต้านระยะสั้น (แนวต้านคือระดับราคาที่มักมีแรงขายกดราคา) อยู่ที่ 0.7100 และ 0.7135 แนวรับเบื้องต้นอยู่ที่ 0.7060 และ 0.7040
ระดับ 0.7135 ถูกมองเป็นแนวต้านหลัก และคาดว่ายังไม่น่าจะไปถึงเร็ว ๆ นี้ บทความระบุว่าใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: ระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยวิเคราะห์/สร้างเนื้อหา) และมีบรรณาธิการตรวจทาน
ย้อนกลับไปช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมุมมองว่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD) ปรับขึ้นแรงเกินไป แต่ยังมีโอกาสทดสอบระดับสูงแถว 0.7135 โดยมีแนวรับแข็งแรงใกล้ 0.7000 ตอนนั้นภาพรวมยังเป็นขาขึ้น แม้จะเริ่มมีสัญญาณตึงตัวจากการขึ้นมามากแล้ว
อย่างไรก็ดี หลังทำจุดสูงสุดไม่นานหลังบทวิเคราะห์นั้นในเดือนเม.ย. 2025 คู่ AUD/USD เข้าสู่ช่วงปรับลงหลายเดือน และร่วงต่ำกว่า 0.6400 ในไตรมาส 4 การกลับทิศนี้เกิดจากธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) หยุดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงท่าทีเข้มงวด (hawkish คือเน้นสกัดเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย (interest rate differential คือช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสองประเทศ) กว้างขึ้น เหตุการณ์นี้ชี้ว่าปัจจัยพื้นฐาน (เช่นดอกเบี้ย/เศรษฐกิจ) สามารถกลบภาพทางเทคนิคได้อย่างรวดเร็ว
Options Based Ways To Manage Volatility
ณ วันนี้ 10 เม.ย. 2026 คู่เงินซื้อขายในกรอบแคบลง แถว 0.6650 ข้อมูล CPI ออสเตรเลียไตรมาส 1/2026 (ดัชนีราคาผู้บริโภค เป็นตัวชี้เงินเฟ้อ) ออกมาสูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 3.8% ทำให้ RBA อาจต้องคงดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่ตลาดประเมิน ความกังวลเงินเฟ้อรอบนี้ทำให้ตลาดแกว่งได้ทั้งขึ้นและลง
จากบทเรียนการกลับทิศแรงในปีก่อน และความไม่แน่นอนเรื่องเงินเฟ้อ ผู้ลงทุนอาจใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาเป้าหมาย ภายในเวลาที่กำหนด) เพื่อคุมความเสี่ยงและวางเดิมพันต่อความผันผวน (volatility: การแกว่งขึ้นลงของราคา) การซื้อ “สตรัดเดิล” (straddle: ซื้อทั้งคอลและพุตที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) คือซื้อออปชันซื้อ (call option: สิทธิซื้อ) และออปชันขาย (put option: สิทธิขาย) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่ระบุในสัญญา) ใกล้ 0.6650 จะได้ประโยชน์หากราคาเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางไหนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ เหมาะเมื่อคาดว่าจะ “เบรกกรอบ” (breakout: หลุดกรอบสำคัญ) แต่ยังไม่ชัดว่าจะไปทางใด
สำหรับผู้ที่มองว่าเงินเฟ้อออสเตรเลียทรงตัวสูงจะกดดันให้ RBA เข้มงวดขึ้นและหนุน AUD การซื้อคอลออปชันเป็นวิธีที่จำกัดความเสี่ยงได้ชัดเจน เช่น ซื้อคอลหมดอายุเดือนพ.ค. (expiry: วันหมดอายุสัญญา) ที่ราคาใช้สิทธิ 0.6700 จะได้โอกาสรับการขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 0.6800 โดยขาดทุนสูงสุดจำกัดที่ “พรีเมียม” (premium: ค่าเบี้ยที่จ่ายเพื่อซื้อออปชัน)
ในทางกลับกัน หากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแรงและดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจะเป็นปัจจัยหลัก การซื้อพุตออปชันช่วยกันความเสี่ยงขาลง เช่น เลือกพุตแถว 0.6600 เพื่อป้องกันกรณีราคาหลุดแนวรับปัจจุบัน และช่วยคุ้มครองพอร์ต (portfolio: การลงทุนรวม) หากราคาไหลกลับไปใกล้ 0.6500 ที่เคยเห็นเมื่อต้นปี