น้ำมันดิบเบรนท์ซื้อขายใกล้ระดับ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังเกิดความผันผวนภายในวันอย่างรุนแรงจากข่าวตะวันออกกลาง ราคาเกือบแตะ 100 ดอลลาร์ ก่อนร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ตามรายงานอิสราเอล–เลบานอน แล้วดีดกลับขึ้นมาแถว 96–97 ดอลลาร์อีกครั้ง
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาล่วงหน้าที่ตกลงซื้อขายน้ำมันในอนาคตตามราคาที่กำหนด) อยู่ที่ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลาที่เขียนข่าว ราคาในตลาดยังสะท้อน “เบี้ยความเสี่ยง” (risk premium: ส่วนเพิ่มของราคาเพื่อชดเชยความไม่แน่นอน) ที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ในภูมิภาค
Strait Of Hormuz Disruption
การสัญจรของเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังถูกรบกวนอย่างหนัก เหลือต่ำกว่า 10% ของระดับปกติ แม้สหรัฐฯ–อิหร่านจะมีข้อตกลงหยุดยิง โดยอิหร่านสั่งให้เรือเดินใกล้เกาะลารัก โดยอ้างความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด
มีรายงานว่าอิหร่านอาจเริ่มเก็บ “ค่าผ่านทาง” ด้วยคริปโตเคอร์เรนซี (cryptocurrency: เงินดิจิทัล) และมีข่าวว่าผู้นำตะวันตกกับองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: หน่วยงานสหประชาชาติด้านความปลอดภัย/กฎการเดินเรือ) ไม่เห็นด้วย การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านซึ่งมีนายกรัฐมนตรีปากีสถานเป็นคนกลาง มีกำหนดเริ่มวันเสาร์ แต่ยังขัดแย้งกันเรื่องกรอบการเจรจา
ความตึงเครียดยังอยู่ที่ประเด็นว่า ข้อตกลงหยุดยิงควรรวมถึงเลบานอนหรือไม่ หลังอิสราเอลโจมตีรุนแรงในพื้นที่เมื่อวันพุธ
Positioning And Volatility Strategies
กรณีการชะงักงันของช่องแคบฮอร์มุซในปี 2025 ที่ทำให้ปริมาณการผ่านทางลดต่ำกว่า 10% จากระดับปกติ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นบทเรียนสำคัญ เหตุการณ์นั้นชี้ว่า “ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” (geopolitical risk: ความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) ถูกสะท้อนเข้าไปในราคาออปชันอย่างรวดเร็ว ทำให้ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ระดับความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) พุ่งขึ้น จึงควรจับตาการเพิ่มกำลังทางเรือหรือแรงเสียดทานทางการทูตในภูมิภาคเป็นสัญญาณนำ
ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก “การแกว่งของราคา” ไม่ใช่แค่ทิศทาง ช่วงวิกฤตปี 2025 ดัชนีความผันผวนน้ำมัน (oil volatility index: ดัชนีวัดความคาดหวังความผันผวนของราคาน้ำมัน; OVX) พุ่งเหนือ 60 ซึ่งไม่เห็นมาตั้งแต่ต้นปี 2022 ทำให้ผู้ถือสถานะ “ลองสแตรดเดิล” (long straddle: ซื้อออปชัน Call และ Put ราคาใช้สิทธิเดียวกันเพื่อหวังได้กำไรเมื่อราคาแกว่งแรง) ได้ผลตอบแทนดี ขณะที่ OVX ตอนนี้อยู่แถว 35 ที่สงบกว่า สถานะแบบนี้อาจเป็น “ประกันความเสี่ยง” (hedge: การลดความเสี่ยงของพอร์ต) ที่ต้นทุนไม่สูง หากเกิดเหตุซ้ำ
ความล้มเหลวของการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านเมื่อปีก่อนเป็นตัวกระตุ้นให้มีการซื้อ “คอลออปชัน” (call option: สิทธิซื้อสินทรัพย์ที่ราคาใช้สิทธิ; ใช้เมื่อมองว่าราคาจะขึ้น) จึงควรพร้อมใช้แนวทางคล้ายกันหากช่องทางการทูตเริ่มสะดุด ตรงกันข้าม หากมีความคืบหน้าแบบไม่คาดคิดเรื่องมาตรการคว่ำบาตรหรือความปลอดภัยทางทะเล อาจต้องกันความเสี่ยงราคาปรับลงแรงด้วย “พุตออปชัน” (put option: สิทธิขายสินทรัพย์ที่ราคาใช้สิทธิ; ใช้เมื่อมองว่าราคาจะลง)
ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของโอเปกพลัส (OPEC+: กลุ่มผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร) ด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยรองในช่วงตื่นตระหนกปี 2025 “กำลังการผลิตสำรอง” (spare capacity: ปริมาณการผลิตที่เพิ่มได้ทันที) ของกลุ่มที่ประเมินราว 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นกันชนหลักต่อการพุ่งขึ้นของราคา หากสมาชิกหลักส่งสัญญาณไม่พร้อมใช้กันชนนี้ จะเป็นสัญญาณหนุนราคาชัดเจนต่อสัญญาล่วงหน้าเดือนใกล้ (front-month futures: สัญญาเดือนที่ใกล้หมดอายุที่สุด)