นักเศรษฐศาสตร์ของ UOB ระบุว่า GBP/USD ยังมีแนวโน้มเชิงบวกในระยะสั้น หลังราคาไต่ขึ้นเหนือ 1.3450 โดยมองว่าเงินปอนด์อาจขยับไปหา 1.3520 ได้ แต่ต้องเห็น “ปิดรายวัน” (ราคาปิดของกรอบเวลารายวัน ซึ่งใช้ยืนยันแรงซื้อ/ขาย) เหนือ 1.3480 ก่อน
พวกเขาระบุว่า GBP เคยขึ้นไปแตะ 1.3485 ก่อนย่อตัวลง และเสริมว่าการดีดตัวระยะสั้นดูเหมือน “แรงเกินไป” (ขึ้นเร็วเกินพื้นฐานในช่วงสั้น เสี่ยงพักฐาน) ตอนราคาสปอตอยู่ที่ 1.3400 เมื่อ 08 เม.ย. จากนั้นย้ำอีกครั้งว่าต้องปิดรายวันเหนือ 1.3480 ตอนราคาสปอตอยู่ที่ 1.3390 เมื่อ 09 เม.ย.
มุมมองเทคนิคระยะสั้น
พวกเขาปรับระดับ “แนวรับแข็งแกร่ง” (ระดับราคาที่มีแรงซื้อรองรับมาก มักหยุดการปรับลง) ขึ้นเป็น 1.3330 จาก 1.3280 และระบุว่าโอกาสปิดรายวันเหนือ 1.3480 ยังมีอยู่ ตราบใดที่แนวรับดังกล่าวยังยืนได้
สำหรับการซื้อขายระหว่างวัน คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1.3390 ถึง 1.3465 โดยบทความระบุว่าจัดทำด้วยเครื่องมือ AI และผ่านการตรวจทานโดยบรรณาธิการ
แนวโน้มการวางสถานะในตลาดออปชัน
สำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์อื่น เช่น ค่าเงิน; ใช้ป้องกันความเสี่ยงหรือเก็งกำไร) ภาพรวมช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นลบถึงทรงตัว
กลยุทธ์หนึ่งคือซื้อ “พุตออปชัน” (สัญญาที่ให้สิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด มักใช้เมื่อคาดว่าราคาจะลง) โดยเลือกราคาใช้สิทธิ (strike) ต่ำกว่า 1.2500 ซึ่งเป็น “ระดับจิตวิทยา” (ตัวเลขกลมที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษ) เพื่อรองรับโอกาสหลุดลง กลยุทธ์นี้ช่วย “จำกัดความเสี่ยง” เพราะขาดทุนสูงสุดคือค่าเบี้ยออปชัน หากเงินปอนด์กลับตัวขึ้นแรง
อีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มองว่าคู่เงินอาจแกว่งแคบ คือขาย “คอลออปชันนอกเงิน” (ออปชันที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน โอกาสถูกใช้สิทธิน้อยกว่า) เหนือแนวต้าน 1.2700 เพื่อสร้างรายได้ โดยอาศัย “การเสื่อมค่าตามเวลา” (มูลค่าออปชันลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หากราคาไม่วิ่งไปทางที่ทำให้สัญญามีค่า) ดัชนีความผันผวนเงินปอนด์ของ CBOE หรือ BPVIX (ตัวชี้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ยังอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ขายออปชันอาจยังได้รับ “พรีเมียม” (ค่าเบี้ย) ในระดับพอเหมาะเพื่อแลกกับความเสี่ยงนี้