This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

หลังการเจรจาของเนทันยาฮูกับเลบานอน ดาวโจนส์พุ่งขึ้น 300 จุด ต่อเนื่องแรงรีบาวด์จากข้อตกลงหยุดยิงเป็นวันที่สอง

by VT Markets
/
Apr 10, 2026

หุ้นสหรัฐปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดัชนีดาวโจนส์บวกประมาณ 300 จุด (0.7%) ดัชนี S&P 500 เพิ่ม 0.6% และดัชนี Nasdaq เพิ่ม 0.7% การปรับขึ้นครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง แม้ยังมีความกังวลต่อข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านระยะ 2 สัปดาห์

ดาวโจนส์กลับมายืนเหนือ 48,000 จุด หลังดีดตัวจากเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล 200 วัน (200-day EMA: ค่าเฉลี่ยราคาที่ให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้มระยะกลาง-ยาว) บริเวณ 46,700 จุด และกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day EMA: ค่าเฉลี่ยราคาช่วง 50 วันที่นิยมใช้ดูแนวโน้มระยะกลาง) แถว 47,550 จุด ขณะที่ Stochastic RSI รายวัน (ตัวชี้วัดโมเมนตัมที่นำ RSI มาคำนวณซ้ำเพื่อดูภาวะซื้อมาก/ขายมาก) ขยับขึ้นเหนือ 60 โดยมีแนวต้านใกล้ 48,200 จุด

อิสราเอล-เลบานอนคุยตรง หนุนบรรยากาศลงทุน

ช่วงท้ายการซื้อขาย นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ระบุว่าได้สั่งให้คณะรัฐมนตรีเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน คาดว่าการเจรจาจะมีขึ้นสัปดาห์หน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในกรุงวอชิงตัน โดยเน้นประเด็นการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการวางความสัมพันธ์อย่างสันติ

ประธานรัฐสภาอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ เตือนว่าหากอิสราเอลยังโจมตีฮิซบอลเลาะห์ต่อไปจะมีผลตามมา หลังมีข่าวดังกล่าว S&P 500 พลิกกลับมาเป็นบวก และราคาน้ำมันอ่อนลงจากจุดสูงสุดระหว่างวัน

น้ำมันดิบ WTI ซื้อขายเหนือ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังแตะเหนือ 100 ดอลลาร์ช่วงสั้น ๆ ขณะที่เบรนท์เพิ่มราว 1% ขึ้นมาเหนือ 95 ดอลลาร์ ก่อนหน้านี้มีแรงร่วงระหว่างวันมากกว่า 10% หลังประกาศหยุดยิง

ช่องแคบฮอร์มุซยังใช้งานไม่ได้ตามปกติ โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันราว 230 ลำกำลังรอผ่าน ด้านรองประธานาธิบดีสหรัฐ เจดี แวนซ์ มีกำหนดเดินทางถึงอิสลามาบัดในวันเสาร์เพื่อเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน

แนวทางป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์

ดัชนี Core PCE (เงินเฟ้อพื้นฐานตามการบริโภคส่วนบุคคล ไม่รวมอาหารและพลังงาน ซึ่งเฟดให้ความสำคัญ) เพิ่ม 0.4% จากเดือนก่อน และ 3% เมื่อเทียบรายปี ลดลงจาก 3.1% ขณะที่ GDP ไตรมาส 4 ถูกปรับลงเหลือ 0.5% จาก 0.7% (GDP คือมูลค่าการผลิตรวมของประเทศ สะท้อนการเติบโตเศรษฐกิจ) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มเป็น 219,000 ราย สูงกว่าคาดที่ 210,000 ราย รายได้ส่วนบุคคลลดลง 0.1% สวนทางคาดเพิ่ม 0.3% ส่วนการใช้จ่ายเพิ่ม 0.5%

หุ้น Meta เพิ่มกว่า 3% หลังเปิดตัวโมเดลเอไอ Muse Spark ต่อเนื่องจากการเพิ่มขึ้น 6.5% ในวันพุธ สำหรับวันศุกร์ เวลา 12:30 GMT ตลาดคาด CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) เพิ่ม 0.9% จากเดือนก่อน และ 3.3% รายปี ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกนคาดที่ 52 จาก 53.3

การรีบาวด์ของตลาดรอบนี้ยังตั้งอยู่บนข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เปราะบาง ทำให้ความไม่แน่นอนยังสูงในช่วงต่อไป จากการที่ดาวโจนส์ดีดแรงจากเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน มองเป็นจังหวะซื้อ “ความผันผวน” ในระดับที่ต่ำกว่าเดิม แนวคิด “ซื้อความผันผวน” มักทำผ่านออปชัน (สิทธิในการซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) ดัชนี CBOE Volatility Index หรือ VIX (ดัชนีความผันผวน สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของ S&P 500) ซึ่งคาดว่าเคยพุ่งเหนือ 35 ระหว่างความขัดแย้ง น่าจะอ่อนตัวลง ทำให้กลยุทธ์ซื้อออปชันเพื่อคุ้มครองพอร์ตมีต้นทุนถูกลง

เมื่อดาวโจนส์ทดสอบแนวต้านแถว 48,200 จุด การถือสถานะ “ซื้อเต็มตัว” (long ตรง ๆ คือซื้อสินทรัพย์คาดว่าราคาจะขึ้น) มีความเสี่ยงสูง จึงควรใช้ “ตราสารอนุพันธ์” (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) เพื่อกำหนดความเสี่ยง เช่น ซื้อ call spread (กลยุทธ์ออปชันซื้อ โดยซื้อคอลและขายคอลที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดกำไร-ขาดทุน) เพื่อเก็งว่าตลาดขึ้นต่อแต่ไม่แรง หรือซื้อ put เพื่อป้องกันความเสี่ยงใต้แนวรับสำคัญ 46,700 จุด (put คือสิทธิขาย ใช้คุ้มครองเมื่อราคาลง) เพื่อกันกรณีการคุยอิสราเอล-เลบานอนไม่คืบหน้า หรือหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่านสะดุด

ตัวแปรสำคัญที่สุดยังเป็นสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซที่มีเรือบรรทุกน้ำมันรออยู่ 230 ลำ ตามประวัติศาสตร์ จุดคอขวดนี้รองรับมากกว่า 20% ของอุปทานน้ำมันโลกต่อวัน หากปิดยืดเยื้ออาจดัน WTI ที่อยู่แถว 98 ดอลลาร์ พุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การซื้อ call option บนสัญญาฟิวเจอร์สน้ำมัน (ฟิวเจอร์สคือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) หรือ ETF ที่อิงน้ำมัน (กองทุนซื้อขายในตลาดที่ติดตามราคาสินทรัพย์) เป็นทางตรงในการป้องกันความเสี่ยงกรณีความขัดแย้งกลับมารุนแรง

รายงาน CPI เดือนมีนาคมเป็นปัจจัยชี้ขาดที่อาจหยุดการขึ้นของหุ้นได้ง่าย โดยในปี 2022 เงินเฟ้อสูงยืดเยื้อทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ยแรง ส่งผลให้ S&P 500 ร่วงมากกว่า 19% ทั้งปี แม้เศรษฐกิจชะลอ หาก CPI ออกมาสูงกว่าคาด อาจทำให้ตลาดกลับมากังวลการขึ้นดอกเบี้ยและลบกำไรระยะสั้นได้เร็ว

นอกจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ข้อมูลเศรษฐกิจสะท้อนฐานที่อ่อนลง ทั้ง GDP ไตรมาส 4 ถูกปรับลงและผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่มขึ้น การลดลงของรายได้ส่วนบุคคลน่ากังวลต่อการใช้จ่ายในอนาคต จึงอาจพิจารณาซื้อ put ระยะยาวมากขึ้นบนดัชนีตลาดกว้าง (put อายุยาวช่วยคุ้มครองพอร์ตได้นานกว่า) เพื่อรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย (recession: ภาวะเศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีนี้

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code