นักวิเคราะห์ของ Deutsche Bank รายงานว่า ฟิวเจอร์ส S&P 500 ฟื้นตัวหลังมีประกาศ “หยุดยิง 2 สัปดาห์” ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ทำให้ความกังวลเรื่องสงครามลดลง ขณะนี้ฟิวเจอร์สอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนการโจมตีไม่ถึง 2% และสูงกว่าจุดต่ำปลายเดือนมีนาคมอย่างชัดเจน
ฟิวเจอร์ส S&P 500 เพิ่มขึ้น 2.48% ทำให้ต่ำกว่าระดับวันที่ 27 กุมภาพันธ์ไม่ถึง 2% และสูงกว่าจุดต่ำของราคาปิดวันที่ 30 มีนาคม 6.8% ส่วนฟิวเจอร์ส NASDAQ เพิ่มขึ้น 3.15% (NASDAQ คือดัชนีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และ “ฟิวเจอร์ส” คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ใช้สะท้อนคาดการณ์ทิศทางตลาดก่อนเปิดจริง)
Market Rebound After Ceasefire
ฟิวเจอร์ส Euro STOXX 50 สูงขึ้น 5.42% หลังจากวันก่อนหน้าตลาดอ่อนแรง การปรับขึ้นเกิดขึ้นหลังนักลงทุนเคยระมัดระวังจากข่าวเชิงลบและรายงานการโจมตีที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน (Euro STOXX 50 คือดัชนีหุ้นบลูชิพของยุโรป)
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวช่วงท้ายของการซื้อขายก่อนหน้า หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังพิจารณาข้อเสนอหยุดยิงที่ปากีสถานเสนอ (บทความนี้จัดทำด้วยเครื่องมือ AI และมีบรรณาธิการตรวจทาน)
เราเคยเห็นฟิวเจอร์ส S&P 500 พุ่งแรงหลังประกาศหยุดยิงในปี 2025 สะท้อนว่าตลาด “ปรับราคา” ต่อข่าวดีด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้รวดเร็ว (การ “ปรับราคา/price in” คือการที่นักลงทุนรีบซื้อขายจนราคาสะท้อนข่าวนั้นทันที) การดีดตัวครั้งนั้นทำให้ฟิวเจอร์สขึ้นมากกว่า 6% จากจุดต่ำ เป็นบทเรียนว่าควรเตรียมรับการกลับทิศฉับพลัน เมื่อสถานการณ์สงบลง ผู้ลงทุนควรคิดเรื่องการวางพอร์ตเพื่อรับมือแรงกระแทกครั้งถัดไป
เมื่อความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ยังมีในพื้นที่อื่น การที่ความผันผวนลดลงมากที่เห็นปีก่อนเป็นข้อมูลสำคัญ ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ขณะนี้อยู่แถว 14 ซึ่งต่ำกว่าช่วงพุ่งเหนือ 30 ที่เกิดในวิกฤตสหรัฐฯ–อิหร่านเดือนมีนาคม 2025 อย่างมาก (VIX คือ “ดัชนีความกลัว” วัดความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาสัญญาออปชันของ S&P 500) ภาพนี้ชี้ว่าการซื้อ “พุตออปชัน” เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงอาจมีต้นทุนไม่สูง (พุตออปชันคือสิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาที่กำหนด ช่วยกันพอร์ตเมื่อราคาลง) บนดัชนีอย่าง SPX (SPX คือดัชนี S&P 500 ในรูปดัชนีอ้างอิง)
Volatility Options And Positioning
สถานการณ์ปี 2025 ยังเป็นบทเรียนกับผู้ค้าพลังงาน เพราะราคาน้ำมันมีแนวโน้มร่วงแรงหลังข่าวหยุดยิง หลังจากก่อนหน้านั้นพุ่งจากความกลัวสงคราม ปัจจุบันน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวแถว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (WTI คือราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ใช้เป็นตัวอ้างอิง) การใช้ออปชันบนกองทุน ETF กลุ่มพลังงาน (ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น) เป็นวิธีเก็งกำไรความผันผวนแบบ “จำกัดความเสี่ยงชัดเจน” มากกว่าถือฟิวเจอร์สโดยตรง (เพราะการซื้อออปชันมีความเสี่ยงสูงสุดเท่ากับค่าเบี้ยออปชัน) กลยุทธ์นี้ช่วยรักษาเงินทุนเมื่อสถานการณ์คลี่คลายเร็วในปีก่อน
แรงซื้อหลังข่าวดีครั้งนั้นเป็นวงกว้าง หนุนไม่ใช่แค่ S&P 500 แต่ยังดันฟิวเจอร์ส NASDAQ และยุโรปขึ้นมากด้วย สะท้อนว่าเมื่อความเสี่ยงมหภาคใหญ่ถูกตัดออก เงินทุนมักไหลกลับเข้าสินทรัพย์เติบโตและสินทรัพย์ต่างประเทศ ดังนั้นอาจเตรียมกลยุทธ์ “คอลออปชัน” ระยะยาวบนดัชนีอย่าง NASDAQ 100 ไว้ใช้เมื่อมีสัญญาณคลี่คลายของข้อพิพาทโลก (คอลออปชันคือสิทธิในการซื้อที่ราคาที่กำหนด ใช้ได้เมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น)
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้ทันที