AUD/USD ปรับขึ้นมากกว่า 1.3% ในวันอังคาร จากราว 0.6970 ขึ้นไปใกล้ 0.7060 ตอนปิดตลาด การปรับขึ้นเกิดหลังมีการ “พัก” ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงจากเหนือ 106 ดอลลาร์ ลงมาต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามแถว 58 ดอลลาร์ราว 55% หลังเหตุการณ์สะดุดของการขนส่งปลายเดือนก.พ.บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ขณะที่ AUD/USD กลับมายืนเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 แท่งบนกราฟ 4 ชั่วโมง (200-period EMA: เส้นค่าเฉลี่ยที่ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ใช้ดูแนวโน้ม) แถว 0.6970 ถือเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์
Risk Sentiment And Oil Shock
ตลาดเคยประเมินว่า RBA (ธนาคารกลางออสเตรเลีย) อาจขึ้นดอกเบี้ยไปที่ 4.35% หรือสูงกว่าในการประชุมเดือนพ.ค. จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ในออสเตรเลีย ดัชนี S&P Global Composite PMI เดือนมี.ค. (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ใช้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ) ลดลงสู่ 46.6 จาก 47 ขณะที่ TD-MI Inflation Gauge (ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากข้อมูลราคาที่ติดตามรายเดือน) เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบรายเดือน และอัตรารายปีเพิ่มเป็น 4.3% จาก 3.6%
การ “พักรบ” ถูกประกาศก่อนเส้นตายเที่ยงคืนตามเวลา GMT วันพุธที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนด โดยนายกรัฐมนตรีปากีสถานเป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ย และเตหะรานยื่นข้อเสนอ 10 ข้อ หลังจากอิหร่านเคยปฏิเสธการหยุดยิง 45 วันก่อนหน้านี้
ฟิวเจอร์ส S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% และฟิวเจอร์ส Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.2% ทำให้ความต้องการถือดอลลาร์สหรัฐลดลง (ดอลลาร์มักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเสี่ยงสูง) ข้อมูลคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐเดือนก.พ. (Durable Goods Orders: คำสั่งซื้อสินค้าที่ใช้งานได้นาน เช่น เครื่องจักร รถยนต์) ลดลง 1.4% ขณะที่ตัวเลขที่ไม่รวมหมวดขนส่ง (ex-transport: ตัดความผันผวนจากเครื่องบิน/รถยนต์) เพิ่มขึ้น 0.8%
รายงานบันทึกการประชุม FOMC จะประกาศวันพุธ (FOMC Minutes: รายละเอียดการถกเถียงนโยบายดอกเบี้ยของเฟด) พร้อมสุนทรพจน์จากเจ้าหน้าที่เฟด Daly และ Waller โดยนักลงทุนจับตาว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเดินได้เมื่อใด หลังมีการเลื่อนเส้นตาย 4 ครั้งตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.
ด้านเทคนิค Stochastic Oscillator (อินดิเคเตอร์โมเมนตัม ใช้ดูภาวะซื้อมาก/ขายมาก) ใกล้เข้าสู่โซนซื้อมากเกินไป (overbought: ราคาปรับขึ้นแรงจนเสี่ยงพักตัว) หากยืนเหนือ 0.7000 ได้ อาจมีเป้าหมาย 0.7120 แต่หากหลุดกลับต่ำกว่า 0.6970 อาจกลับไปโฟกัสที่ 0.6900
Lessons From The April 2025 Rally
การย้อนดูการพุ่งขึ้นแรงของ AUD/USD ในช่วงต้นเม.ย. 2025 สะท้อนว่าเงินคู่นี้ไวต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และอารมณ์ตลาดมากเพียงใด การลดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอย่างฉับพลันทำให้ราคาน้ำมันร่วง และเปลี่ยนมุมมองเงินเฟ้อของ RBA อย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องเตรียมรับความผันผวนลักษณะเดียวกัน เพราะหากเกิดข่าวสันติภาพแบบไม่คาดคิด อาจทำให้ตลาดรีบปิดสถานะถือดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง)
ความเชื่อมโยงแบบปีก่อนที่ราคาพลังงานลดลงช่วยลดแรงกดดันต่อ RBA แตกต่างจากวันนี้ โดย RBA คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (cash rate: ดอกเบี้ยหลักของธนาคารกลาง) ที่ 4.35% ต่อเนื่อง 7 ครั้งแล้ว เพราะเงินเฟ้อเฉลี่ยตัดรายการผันผวนรายไตรมาส (Trimmed Mean CPI: วิธีคำนวณเงินเฟ้อที่ตัดค่าที่สูง/ต่ำผิดปกติออก เพื่อสะท้อนแนวโน้มจริง) ลดลงมาเพียง 3.7% ยังสูงกว่าเป้าหมาย นโยบายการเงินที่ยัง “ตึง” (restrictive: คุมเข้มเพื่อกดเงินเฟ้อ) ทำให้ถ้าราคาโภคภัณฑ์ร่วงแรง RBA อาจมีเหตุผลส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้น (dovish pivot: เปลี่ยนท่าทีไปทางลดความเข้มงวด/เอนเอียงลดดอกเบี้ย) ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้ผู้เล่นที่ใช้สัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลกดอกเบี้ยคงที่กับลอยตัว ใช้เดิมพันทิศทางดอกเบี้ย) เพิ่มเดิมพันการลดดอกเบี้ย
บทเรียนปี 2025 คือ หัวข่าวทำให้ราคาวิ่งแรงได้ แต่การไปต่อมักต้องมี “หลักฐานยืนยัน” ซึ่งตอนนั้นคือการกลับมาขนส่งจริง วันนี้ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากเฟดที่ยังไม่อยากลดดอกเบี้ย ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน PCE (core PCE: ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคลที่ตัดอาหารและพลังงาน เป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อสำคัญของเฟด) อยู่ที่ 3.0% จึงควรระวังการไล่ซื้อจากข่าวเพียงอย่างเดียว ทางเลือกคือใช้ออปชันเพื่อกำหนดความเสี่ยง (options: สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เช่น ซื้อ call spread ระยะสั้นของ AUD/USD (call spread: ซื้อออปชันซื้อที่ราคาใช้สิทธิหนึ่ง และขายออปชันซื้ออีกระดับเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไรสูงสุด) เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสขึ้น โดยหากตลาดกลับตัวก็ไม่เสียหายหนักเท่าถือสถานะเต็ม
การร่วงของ WTI จากเหนือ 106 ลงต่ำกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นแรงขับหลักของรอบปี 2025 เพราะกระทบ “เงื่อนไขการค้า” ของออสเตรเลีย (terms of trade: อัตราส่วนราคาส่งออกเทียบราคานำเข้า มีผลต่อรายได้ประเทศ) และความคาดหวังเงินเฟ้อโดยตรง ปัจจุบัน WTI ซื้อขายใกล้ 92 ดอลลาร์จากอุปทานตึงและอุปสงค์โลกทรงตัว ความทรงจำที่เคยร่วง 15% ในไม่กี่ช่วงการซื้อขายเป็นบทเรียนสำคัญ ผู้ที่ถือสถานะฝั่งซื้อในพลังงานควรพิจารณาใช้ออปชันขาย (puts: สิทธิ์ขายเพื่อป้องกันขาลง) บนน้ำมันฟิวเจอร์ส (oil futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน) เพื่อป้องกันพอร์ต หากเกิดความคืบหน้าทางการเมืองที่ทำให้ปริมาณน้ำมันกลับเข้าตลาดเร็ว
เชิงเทคนิค การพุ่งขึ้นในปี 2025 ทำให้ AUD/USD ทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 แท่งบนกราฟ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระดับสำคัญที่เคยเป็นแนวต้าน (resistance: ระดับที่ราคามักขึ้นต่อยาก) เหตุการณ์นี้ชี้ว่าความเชื่อมั่นสามารถเปลี่ยนภาพเทคนิคได้เร็ว ทำให้แนวต้านเดิมกลายเป็นแนวรับใหม่ (support: ระดับที่ราคามักลงต่อยาก) แนวทางใช้งานคือ ตั้งเตือนใกล้เส้นค่าเฉลี่ยระยะยาว และหากเกิดภาวะ “รับความเสี่ยง” (risk-on: นักลงทุนกล้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น) ดันราคาทะลุเส้นดังกล่าว อาจใช้เป็นสัญญาณเปิดสถานะ พร้อมตั้งจุดตัดขาดทุน (stop-loss: คำสั่งปิดเพื่อลดการขาดทุน) ไว้ต่ำกว่าเส้นนั้นเล็กน้อย
สร้างบัญชี VT Markets แบบจริง และ เริ่มเทรด ได้ทันที