โดนัลด์ ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐจะ “ระงับ” การทิ้งระเบิดและการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยระบุว่าการหยุดชั่วคราวเกิดขึ้นหลังการหารือกับนายกรัฐมนตรีปากีสถาน เชห์บาซ ชารีฟ และจอมพล อาซิม มูนีร์ และมีเงื่อนไขให้อิหร่านยอม “เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย” (หมายถึงให้เรือเดินทะเลผ่านได้ตามปกติและปลอดภัย)
ทรัมป์เรียกการหยุดครั้งนี้ว่า “ข้อตกลงหยุดยิงสองฝ่าย” (ceasefire คือการตกลงหยุดการสู้รบชั่วคราวระหว่างสองฝ่าย) และกล่าวว่าเป้าหมายทางทหารของสหรัฐบรรลุแล้ว เขายังระบุว่าสหรัฐได้รับ “ข้อเสนอ 10 ข้อ” จากอิหร่าน และหลายประเด็นขัดแย้งในอดีตมีความเห็นตรงกัน โดยช่วงเวลา 2 สัปดาห์มีไว้เพื่อสรุปข้อตกลงให้แล้วเสร็จ
ตลาดตอบรับข่าวหัวข้อหยุดยิง
หลังโพสต์ดังกล่าว บรรยากาศรับความเสี่ยงดีขึ้นและหุ้นสหรัฐปรับขึ้น โดย S&P 500 บวกมากกว่า 1.50% และ Nasdaq 100 เพิ่มมากกว่า 1.70%
ทองคำปรับขึ้นมากกว่า 1.50% มาแถว 4,770 ดอลลาร์ ส่วน WTI ลดลงมากกว่า 7.50% จากราว 108 ดอลลาร์ลงมาใกล้ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (WTI คือราคาน้ำมันดิบอ้างอิงของสหรัฐ)
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าเงินหลัก ปรับลดลงต่ออีก 0.47% มาอยู่ที่ 99.51 ณ เวลาที่รายงาน
ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงแรงเพราะความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติ ลดความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันขาดแคลน ช่องแคบนี้เป็น “คอขวด” (chokepoint คือจุดผ่านที่แคบและสำคัญต่อการขนส่ง หากมีปัญหาจะกระทบวงกว้าง) โดยข้อมูลล่าสุดช่วงปี 2024 ระบุว่ามีปริมาณน้ำมันผ่านราว 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 20% ของการใช้น้ำมันโลก อย่างไรก็ดี การหยุดยิง 2 สัปดาห์ยังเปราะบาง จึงควรพิจารณา “ออปชัน” (options คือสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) ที่ได้ประโยชน์จาก “ความผันผวนสูง” เพราะหากการเจรจาล้มเหลว ราคามีโอกาสเด้งกลับรุนแรง
การพุ่งขึ้นของ S&P 500 มีแนวโน้มกดให้ดัชนีความผันผวน (VIX คือดัชนีที่สะท้อนความคาดหวังความผันผวนของ S&P 500) ลดลง ทำให้ “ออปชันเพื่อป้องกันความเสี่ยง” มีราคาถูกลง จากบทเรียนความขัดแย้งทางการค้าปี 2019 อารมณ์ตลาดสามารถกลับทิศได้เร็วจากข้อความเพียงครั้งเดียว ทำให้ความผันผวนพุ่งจากต่ำกว่า 15 ไปเกิน 20 ภายในไม่กี่วัน การซื้อคอลออปชันบน VIX (call คือสิทธิซื้อ) หรือซื้อพุตออปชันบนกองทุน SPY ETF (ETF คือกองทุนซื้อขายในตลาดที่อิงดัชนี; put คือสิทธิขาย; SPY คือ ETF ที่อิง S&P 500) อาจทำหน้าที่เป็น “ประกัน” ต้นทุนต่ำ หากดีลล่มก่อนเส้นตาย
วางกลยุทธ์รับผลลัพธ์ 2 ทางในกรอบ 2 สัปดาห์
ทองคำปรับขึ้นพร้อมกับหุ้น อธิบายได้จากการอ่อนค่ารุนแรงของดอลลาร์ โดย DXY หลุด 100 ตามสถิติ “ดอลลาร์อ่อน” มักหนุนราคาทองคำ เพราะทองถูกตีราคาเป็นดอลลาร์ ทำให้ผู้ถือสกุลเงินอื่นซื้อได้ถูกลง ความสัมพันธ์นี้เห็นชัดในช่วงเงินเฟ้อสูงปี 2021-2022 หากมีสัญญาณว่าการหยุดยิงล้มเหลว ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่าในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven คือสินทรัพย์ที่นักลงทุนมักถือเมื่อความเสี่ยงสูง) และกดดันทองคำ
ธีมหลักใน 2 สัปดาห์ข้างหน้าคือ “ความชั่วคราว” ของการหยุดยิงที่ประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย ตลาดกำลังตอบสนองราวกับสันติภาพมั่นคงแล้ว แต่ควรวางแผนรับผลลัพธ์แบบมีได้แค่ 2 ทางเมื่อถึงเส้นตาย (binary outcome คือเกิดได้ 2 ผลลัพธ์หลัก เช่น สำเร็จ/ล้มเหลว) แนวคิดนี้สอดคล้องกับการใช้กลยุทธ์ออปชันอย่าง “สตรัดเดิล” หรือ “สแตรงเกิล” (straddle/strangle คือการซื้อคอลและพุตพร้อมกัน โดยต่างกันที่ราคาใช้สิทธิ เพื่อทำกำไรจากความผันผวน ไม่ได้เดิมพันทิศทางชัดเจน) บนสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบมาก เช่น ETF น้ำมัน เพื่อเล่นการแกว่งแรงของราคา มากกว่าทายว่าจะขึ้นหรือลง