ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่ยกระดับขึ้น รวมถึงการข่มขู่ที่เกี่ยวข้องกับช่องแคบฮอร์มุซ (SoH: ช่องทางเดินเรือแคบที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก) ทำให้ความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มสันติภาพเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันที่ยังคงอยู่กดดันค่าเงินเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค
ตลาดน้ำมันมี 2 ประเด็นสำคัญ: ปริมาณเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่าน SoH ดีขึ้นเล็กน้อย และความเป็นไปได้ที่อิรักจะส่งออกผ่านช่องแคบดังกล่าว อย่างไรก็ดี ภาวะข้างหน้ายังไม่แน่นอน
Supply Recovery Timeline
แม้ SoH จะเปิดได้เต็มรูปแบบทันที อาจต้องใช้เวลา 3–6 เดือนกว่าปริมาณน้ำมันจะกลับสู่ระดับเดิมและส่งผลถึงตลาด โดยกลุ่มปิโตรเคมี (ผลิตภัณฑ์เคมีจากน้ำมันและก๊าซ เช่น พลาสติก) ถูกมองว่าได้รับผลกระทบมากที่สุด
ความขัดแย้งอาจยุติได้จากข้อจำกัด 3 ด้าน: กระสุนและอาวุธ (munitions: ยุทโธปกรณ์สำหรับการสู้รบ), ตลาด (markets: แรงกดดันจากราคาสินค้าและการเงิน), และการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (US mid-terms: การเลือกตั้งสภาระหว่างวาระประธานาธิบดี) ผลลัพธ์ยังอาจขึ้นอยู่กับว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นได้มากแค่ไหนก่อนก่อให้เกิดแรงกดดันเพิ่มเติม
ด้วยเส้นทางสู่สันติภาพที่แคบและมีโอกาสเกิดได้น้อย เรายังคงเห็นความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันต่อเนื่อง ความตึงเครียดที่มี SoH เป็นศูนย์กลางน่าจะทำให้ตลาดผันผวนต่อไปในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า สำหรับนักลงทุน “ความผันผวน” เป็นภาวะปกติ ไม่ใช่ช็อกชั่วคราว
เพื่อรับประโยชน์จากความผันผวนนี้ เรามองว่าการซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิในการซื้อ ไม่ใช่ภาระ ในราคาที่กำหนด) บนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงน้ำมันดิบเบรนท์) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยราคากำลังทดสอบระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลสำหรับสัญญาส่งมอบเดือนมิถุนายน ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ตัวเลขที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาจะเหวี่ยงแรงแค่ไหนจากราคาออปชัน) ของออปชันชุดนี้เพิ่มขึ้นเหนือ 45% สะท้อนความกังวลเรื่องอุปทาน กลยุทธ์นี้เปิดโอกาสทำกำไรฝั่งขึ้น พร้อมกำหนดความเสี่ยงสูงสุดได้ชัดเจน
Asian Fx Hedging
เรายังระมัดระวังต่อค่าเงินเอเชีย ซึ่งเปราะบางต่อพลังงานที่แพงขึ้น ผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivative traders: ผู้ซื้อขายตราสารที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ควรพิจารณาซื้อพุตออปชัน (put options: สิทธิในการขาย) บนค่าเงินอย่างวอนเกาหลี (Korean Won) ซึ่งอ่อนค่าทะลุ 1,450 วอนต่อดอลลาร์แล้ว การพึ่งพาน้ำมันนำเข้าของเกาหลีใต้สูง ทำให้ค่าเงินเป็นตัวชี้วัดทางอ้อมของความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานในภูมิภาค
แม้ช่องแคบจะเปิดเต็มรูปแบบวันนี้ ผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (supply chain: กระบวนการผลิต–ขนส่ง–ส่งมอบ) ยังจะลากยาวหลายเดือน จึงควรพิจารณาอนุพันธ์ที่มีวันหมดอายุ 3–6 เดือนเพื่อสะท้อนผลกระทบเต็มที่ เราติดตามการเดินเรืออย่างใกล้ชิด แต่การดีขึ้นเพียงเล็กน้อยยังไม่พอให้เปลี่ยนมุมมองที่ระมัดระวัง
เพียงย้อนดูเหตุปะทุปลายปี 2025 ที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 15% ในช่วงสั้นแต่รุนแรง และกดดันสินทรัพย์ในภูมิภาค เหตุการณ์นั้นชี้ว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งที่เชื่อมโยงการเมืองระหว่างประเทศ) สามารถส่งผ่านสู่ความเจ็บปวดในตลาดได้เร็วเพียงใด สถานการณ์ปัจจุบันดูยืดเยื้อมากกว่า
แรงกดดันที่ต่อเนื่องต่อราคาพลังงานมีแนวโน้มถ่วงสินทรัพย์เสี่ยงเอเชียโดยรวม น้ำมันที่แพงนานทำหน้าที่เหมือน “ภาษี” ต่อเศรษฐกิจ บีบอัตรากำไรของบริษัท การป้องกันความเสี่ยง (hedging: ลดความเสี่ยงจากความผันผวน) สำหรับพอร์ตหุ้นขนาดใหญ่ด้วยการซื้อพุตบนดัชนีหลัก เช่น MSCI Asia ex-Japan (ดัชนีหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น) เป็นแนวทางลดความเสี่ยงด้านลง
สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้.