สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ตามข้อมูลจาก API ลดลงมาอยู่ที่ 3.719 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 เมษายน จาก 10.263 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวหมายถึงสต็อกลดลง 6.544 ล้านบาร์เรลเมื่อเทียบสัปดาห์ก่อน ตัวเลขนี้สะท้อนระดับสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐฯ
รายงานล่าสุดของ API ระบุว่า “สต็อกเพิ่มขึ้น” 3.719 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์สิ้นสุด 3 เมษายน แม้ยังเป็นการเพิ่มขึ้น แต่ขนาดการเพิ่มขึ้นเล็กลงมากเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 10.263 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า การชะลอตัวแรงของการเพิ่มสต็อกนี้อาจเป็นสัญญาณบวกต่อราคา (bullish: แนวโน้มหนุนให้ราคามีโอกาสปรับขึ้น) สะท้อนว่าแรงกดดันจากภาวะอุปทานล้นตลาด (supply glut: น้ำมันมีมากกว่าความต้องการใช้อย่างชัดเจน) อาจเริ่มคลี่คลาย
ต่อจากนี้ตลาดจะจับตารายงานสต็อกอย่างเป็นทางการจาก EIA เพื่อยืนยันแนวโน้มดังกล่าว โดยอัตราการใช้กำลังการกลั่น (refinery utilization rates: สัดส่วนการเดินเครื่องของโรงกลั่นเทียบกับกำลังการผลิตทั้งหมด) ทรงตัวแถว 88.9% บ่งชี้ว่าโรงกลั่นเริ่มเตรียมผลิตเพื่อรองรับความต้องการช่วงฤดูขับรถหน้าร้อน หากรายงาน EIA ออกมาสอดคล้อง หรือสต็อกเพิ่มน้อยกว่านี้ อาจเป็นแรงหนุนสำคัญให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต) ของน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับขึ้น