ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ RealClearMarkets/TIPP (TIPP Economic Optimism Index: แบบสำรวจที่วัดมุมมองของผู้บริโภคสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจ) ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 42.8 ในเดือนเมษายน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 48.1
ตัวเลขเมื่อเทียบรายเดือน (month-on-month: เทียบกับเดือนก่อนหน้า) ชี้ว่าดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งโดยทั่วไประหว่าง “มุมมองเชิงบวก” กับ “มุมมองเชิงลบ” ข้อมูลนี้สะท้อนว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาด
ความกังวลของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น
เมื่อดัชนี TIPP เดือนเมษายนออกมาที่ 42.8 ต่ำกว่าคาดที่ 48.1 มาก สะท้อนว่าผู้บริโภคมองเศรษฐกิจแย่ลงอย่างชัดเจน ความคลาดเคลื่อนครั้งนี้บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายอาจชะลอลง ซึ่งมักเกิดก่อนตลาดโดยรวมอ่อนแรง ผู้ลงทุนควรเตรียมรับ “ความผันผวน” ที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า (ความผันผวน: ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว)
ความรู้สึกเชิงลบทำให้ความไม่แน่นอนสูงขึ้น และมักทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้น ก่อนหน้านี้เราเห็น VIX (ดัชนีวัดความกลัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ จากราคาซื้อขายออปชัน) ขยับขึ้นเหนือ 18 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลุดกรอบการเคลื่อนไหวเดิม การซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิซื้อสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) บนสินค้าที่อิงความผันผวน อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับประโยชน์หากความผันผวนเพิ่มขึ้น
จากข้อมูลนี้ ควรเตรียมรับโอกาสที่ดัชนีหุ้นหลักอาจย่อตัว (pullback: ปรับลงระยะสั้น) การซื้อพุตออปชัน (put options: สิทธิขายสินทรัพย์ในราคาและเวลาที่กำหนด) บน S&P 500 และ Nasdaq 100 เป็นได้ทั้ง “ประกันความเสี่ยง” (hedge: ลดผลกระทบหากตลาดลง) หรือการวางเดิมพันฝั่งขาลงโดยตรง มุมมองนี้ยิ่งถูกตอกย้ำจากตัวเลข CPI เดือนมีนาคมที่ 3.4% (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) เพราะเงินเฟ้อยังสูงและกดดันกำลังซื้อกับความเชื่อมั่นของครัวเรือน
ควรระวังหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary: ธุรกิจที่รายได้ขึ้นกับกำลังซื้อ เช่น ร้านค้าปลีก สินค้าหรู ท่องเที่ยว) เพราะไวต่อการลดการใช้จ่ายมากที่สุด ขณะที่กลุ่มเชิงรับอย่างสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น (consumer staples: ของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน) และสาธารณูปโภค (utilities: ไฟฟ้า น้ำประปา ก๊าซ) มักทนทานกว่าเมื่อเศรษฐกิจชะลอ ผู้ลงทุนสามารถใช้ออปชันสะท้อนมุมมองนี้ได้ เช่น ซื้อพุตบน ETF กลุ่ม discretionary (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและติดตามดัชนี/กลุ่มอุตสาหกรรม) และขายพุตบนกองทุนกลุ่ม staples (ขายพุต: ได้รับพรีเมียม แต่มีความเสี่ยงต้องรับซื้อสินทรัพย์หากราคาลงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ)
ความอ่อนแอของผู้บริโภคทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve/Fed) อยู่ในสถานการณ์ตัดสินใจยาก โดยเฉพาะหลังส่งสัญญาณว่าอาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปหลังช่วงฤดูร้อน (rate cuts: การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ในอดีตเคยมีช่วงที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง คล้ายกันและนำไปสู่การปรับฐานของตลาดราว 5% (market correction: ตลาดปรับลงประมาณ 10% หรือน้อยกว่าในระยะหนึ่ง) ก่อนจะฟื้นตัว รูปแบบดังกล่าวชี้ว่าระยะใกล้ยังต้องระวังความเสี่ยงด้านขาลง