คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders: ยอดคำสั่งซื้อสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาว เช่น เครื่องจักร รถยนต์ เครื่องบิน และอุปกรณ์อุตสาหกรรม) ของสหรัฐลดลง 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ ต่ำกว่าคาดที่ -0.5%
ตัวเลขสะท้อนภาวะที่อ่อนแอกว่าที่ตลาดคาดในเดือนดังกล่าว โดยเทียบการเปลี่ยนแปลงจริง (-1.4%) กับประมาณการ (-0.5%)
การพลาดคาดของคำสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนกุมภาพันธ์ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อสุขภาพเศรษฐกิจ การหดตัวมากกว่าคาดที่ -1.4% บ่งชี้ว่าการลงทุนของภาคธุรกิจและกิจกรรมการผลิตกำลังชะลอลง จึงควรเพิ่มท่าที “ตั้งรับ” ในตลาดช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เรากำลังพิจารณาซื้อ “พุตออปชัน” (Put Option: สัญญาให้สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคา/เวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยงขาลง) บนดัชนีตลาดกว้าง เช่น S&P 500 ผ่านกองทุนอีทีเอฟ SPY และเจาะจงที่อีทีเอฟกลุ่มอุตสาหกรรม XLI เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐาน มุมมองนี้ยิ่งมีน้ำหนักจากข้อมูลดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production Index: ดัชนีวัดปริมาณการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เช่น โรงงาน เหมืองแร่ สาธารณูปโภค) ล่าสุดที่หดตัว 0.6% ในเดือนก่อน ยืนยันการชะลอของภาคการผลิต ทำให้เหตุผลในการถือ “ประกันขาลง” ผ่านออปชันที่หมดอายุเดือนพฤษภาคมน่าสนใจขึ้น
ข้อมูลที่อ่อนแอยังทำให้มุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยเปลี่ยนไป โดยเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: เฟด) จะ “ลดดอกเบี้ย” มากกว่าจะขึ้นดอกเบี้ย เราคาดว่า “อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล” (Bond Yield: ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตร ซึ่งมักเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาพันธบัตร) จะปรับลดลง จึงจับตา “คอลออปชัน” (Call Option: สัญญาให้สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคา/เวลาที่กำหนด ใช้ทำกำไรหรือล็อกต้นทุนเมื่อคาดว่าราคาจะขึ้น) บนกองทุนอีทีเอฟพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว เช่น TLT
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นมักทำให้ “ความผันผวน” ของตลาดพุ่งขึ้น โดยดัชนีความผันผวน CBOE (VIX: ดัชนีสะท้อนความคาดหวังความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ โดยอิงจากออปชัน S&P 500 มักถูกเรียกว่าดัชนีความกลัว) ล่าสุดเคลื่อนไหวแถวระดับค่อนข้างต่ำที่ 16 ทำให้เครื่องมือที่อ้างอิงความผันผวนยังมีต้นทุนไม่สูงสำหรับการป้องกันความเสี่ยง เรามองว่าการซื้อคอลออปชันบน VIX เป็นการวางเดิมพันตรงต่อการเพิ่มขึ้นของความกังวลในตลาด
รายงานคำสั่งซื้อสินค้าคงทนครั้งนี้ไม่ใช่สัญญาณเดี่ยว เพราะสอดคล้องกับการปรับลดลงล่าสุดของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index: ดัชนีวัดความเชื่อมั่นและความพร้อมในการใช้จ่ายของผู้บริโภค) มาอยู่ที่ 97.5 การผสมกันของการใช้จ่ายภาคธุรกิจที่อ่อนแรงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เปราะบาง ย้ำมุมมองระมัดระวังของเรา