บททดสอบผลประกอบการของ NVIDIA เมื่อเทคโนโลยีเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต

by VT Markets
/
Apr 7, 2026

ประเด็นสำคัญ

  • NVIDIA ซื้อขายที่ 177.17 เพิ่มขึ้น 0.24 (+0.14%) ขณะที่ตลาดโดยรวมกำลังเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการ โดยแรงนำตลาดยังกระจุกอยู่ในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นการเงิน
  • คาดว่ากำไรของ S&P 500 (ดัชนีหุ้นสหรัฐ 500 บริษัท) จะเพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นเกือบ 609,000 ล้านดอลลาร์ โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศคาดโตมากกว่า 46% ไปที่ 182,800 ล้านดอลลาร์
  • คาดว่ากำไรกลุ่มการเงินจะเพิ่มขึ้น 18% เป็นราว 98,500 ล้านดอลลาร์ หนุนโดยกิจกรรมในตลาดทุน (การระดมทุน ออกหุ้น/ตราสารหนี้ ทำดีล) และความผันผวนในการซื้อขาย (ราคาขึ้นลงแรงทำให้มีโอกาสทำกำไรและค่าธรรมเนียมมากขึ้น)

เรื่องผลประกอบการก่อนเริ่มรายงานไตรมาส 1 ยังวนอยู่กับ 2 กลุ่มเดิมที่พยุงตลาดก่อนเกิดแรงกระแทกจากสงคราม คาดว่ากำไรของ S&P 500 จะเพิ่มขึ้นราว 14.4% จากปีก่อน เป็นเกือบ 609,000 ล้านดอลลาร์ และตัวขับเคลื่อนหลักยังเป็นเทคโนโลยี

กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเพียงกลุ่มเดียวคาดว่าจะทำกำไร 182,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 46% จากปีก่อน คิดเป็นราว 30% ของกำไรรวมทั้ง S&P 500 หากรวมกลุ่มสื่อสาร (Communication Services เช่น แพลตฟอร์มออนไลน์/สื่อ) สัดส่วนจะขึ้นเป็น 40% และถ้ารวมกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยตามวัฏจักร (Consumer Discretionary เช่น รถยนต์ สินค้าแบรนด์ ร้านค้าออนไลน์) จะเป็น 47%

การกระจุกตัวแบบนี้สำคัญกับ NVIDIA เพราะทำให้หุ้นยังอยู่ “กลางกระแส” การเล่นตามผลประกอบการ แม้ราคาจะพักฐานมาหลายเดือน นักลงทุนเคยหวังว่าตลาดจะกระจายไปหลายกลุ่มมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีมูลค่ามหาศาล (mega-cap คือบริษัทใหญ่สุดของตลาด) แต่ตัวเลขคาดการณ์บอกว่ายังไม่เกิด ตลาดยังต้องพึ่งเทคโนโลยีทำผลงาน

NVIDIA ยังอยู่ใน “เครื่องยนต์กำไร” หลัก

NVIDIA ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญของภาพนี้ พื้นหลังของกลุ่มอุตสาหกรรมยังแข็งแรง และแรงขับเคลื่อนธุรกิจ (operating momentum คือแนวโน้มที่รายได้/กำไรเดินหน้าต่อเนื่องจากการดำเนินงาน) ของ NVIDIA ยังเหนือกว่าดัชนี บริษัทประกาศรายได้รายไตรมาส 68,100 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน ขณะที่รายได้ศูนย์ข้อมูล (Data Centre คือธุรกิจขายชิป/ระบบให้เซิร์ฟเวอร์และคลาวด์) อยู่ที่ 62,300 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 75% รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 215,900 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 65%

สำหรับไตรมาสปัจจุบัน NVIDIA ให้คาดการณ์รายได้ราว 78,000 ล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในตอนนั้นที่ 72,600 ล้านดอลลาร์ (analyst estimate คือค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้)

ประเด็นไม่ใช่ว่า NVIDIA โตได้ไหม แต่ตลาดถามว่า “การเติบโตถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปแล้วแค่ไหน” (priced in คือราคาหุ้นปรับรับข่าวดีไปก่อนแล้ว) อัตรากำไร (margins คือกำไรต่อยอดขาย) จะยืนได้แค่ไหน และผู้บริหารจะอธิบายการลงทุน AI ขนาดใหญ่ได้ต่อเนื่องหรือไม่ (AI capex คือเงินลงทุนเพื่อสร้าง/ขยายระบบ AI เช่น ศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ชิป) จึงทำให้คำอธิบายของผู้บริหารสำคัญพอ ๆ กับตัวเลขพาดหัว

ธนาคารคืออีกเสาหลักของรอบนี้

อีกแหล่งที่หนุนกำไรคือกลุ่มการเงิน คาดว่ากำไรกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้น 18% เป็นราว 98,500 ล้านดอลลาร์ โดยมีทั้งดีลการควบรวม/ซื้อกิจการ (deal flow คือจำนวนและมูลค่าดีล), กิจกรรมการซื้อขาย (trading activity), และการระดมทุน (fundraising เช่น ออกหุ้น/ตราสารหนี้) ช่วยหนุนตัวเลข ดีลใหญ่หลายรายการและความผันผวนที่สูงขึ้นในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ (bond คือตราสารหนี้) ทำให้ภาพรายได้ระยะสั้นของธนาคารขนาดใหญ่ดีขึ้น

สิ่งนี้ส่งผลต่อ NVIDIA และหุ้นเทคขนาดใหญ่ (large-cap คือบริษัทมูลค่าตลาดใหญ่) หากธนาคารรายงานตัวเลขดีและผู้บริหารให้มุมมองเชิงบวก นักลงทุนอาจกล้ากลับเข้าไปเล่นหุ้นที่อิงเศรษฐกิจ (cyclical growth คือหุ้นเติบโตที่ขึ้นกับวัฏจักรเศรษฐกิจ) มากขึ้น แต่ถ้ากลุ่มการเงินทำได้ดีกว่าเป้าแล้วกลับเตือนว่าเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนตัว ตลาดอาจยังให้รางวัลกับบริษัทที่กำไร “ทนทาน” (earnings resilience คือกำไรไม่พังแม้เศรษฐกิจแกว่ง) แต่จำกัดการยอมจ่ายแพงขึ้น (valuation expansion คือการที่นักลงทุนยอมให้ค่า P/E สูงขึ้น)

ความเสี่ยงสงครามยังไม่ทำให้ฐานกำไรพัง

จุดที่เป็นบวกคือประมาณการกำไรล่วงหน้า (forward earnings estimates คือคาดการณ์กำไรในอนาคต) ยังขยับขึ้น แม้ตลาดจะย่อตัวลง ชุดสัญญาณแบบนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้น แปลว่านักวิเคราะห์ยังมองว่าบริษัทต่าง ๆ สามารถรักษาอัตรากำไร และยังใช้ประโยชน์จาก “ต้นทุนคงที่” เพื่อให้กำไรโตได้ (operating leverage คือรายได้เพิ่มแล้วกำไรเพิ่มเร็ว เพราะต้นทุนบางส่วนไม่เพิ่มตาม) แม้ราคาน้ำมันสูงและความเชื่อมั่นอ่อนลง

ตลาดเริ่มสะท้อนความเสี่ยงนี้ไปแล้วบางส่วน มูลค่าที่ตลาดให้กับ NVIDIA (valuation คือระดับความแพง/ถูกของหุ้น) ถูกกดลงแรง รายงานประเมินตลาดล่าสุดระบุว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (price-to-earnings ratio หรือ P/E คือราคาหุ้นเทียบกับกำไรต่อหุ้น ยิ่งสูงยิ่งแพงเมื่อเทียบกับกำไร) ของ NVIDIA ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในราว 7 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคาดว่ากำไรปีงบประมาณปัจจุบันของ NVIDIA จะโตมากกว่า 70% เทียบกับราว 19% สำหรับ S&P 500 โดยรวม

นี่ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงหายไป แต่หมายความว่าหุ้นไม่ได้ซื้อขายด้วย “พรีเมียมที่ตึงมาก” เหมือนช่วงทำจุดสูงก่อนหน้า (premium คือราคาที่แพงกว่าคนอื่นเพราะคาดหวังสูง)

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

NVIDIA ซื้อขายใกล้ 177.17 และพยายามรีบาวด์เล็กน้อยหลังราคาร่วงล่าสุดที่ลงไปทำจุดต่ำ 164.24 การเคลื่อนไหวของราคา (price action คือรูปแบบการขึ้นลงของราคา) บ่งชี้ว่ากำลังเกิดการฟื้นตัวระยะสั้น โดยมีแรงซื้อกลับหลังถูกขายหนัก (sell-off คือการเทขายแรง) แต่โครงสร้างภาพใหญ่ยังอ่อน หลังราคาขึ้นไปไม่ผ่านและถูกกดลงจากจุดสูง 198.69 (rejection คือขึ้นไปแล้วถูกขายจนลง)

การเด้งขึ้นรอบนี้ดูเป็นการเด้งแก้ทาง (corrective คือเด้งในขาลง/การพักฐาน ไม่ใช่ขาขึ้นใหม่) โดยตอนนี้ราคากำลังทดสอบแนวต้านระยะสั้นที่สำคัญ

เชิงเทคนิค แนวโน้มยัง “กลาง ๆ ไปทางลบเล็กน้อย” ราคาแกว่งแถวเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ระยะสั้น (moving average คือค่าเฉลี่ยราคาในช่วงวันย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) โดยเส้น 5 วัน (173.80) เป็นแนวรับทันที ขณะที่เส้น 10 วัน (173.83) และ 20 วัน (177.51) เริ่มแบนและทำหน้าที่เป็นแนวต้านด้านบน การบีบแคบแบบนี้ (compression คือช่วงที่ราคาและเส้นเฉลี่ยเริ่มแคบลง) บอกว่าตลาดอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โมเมนตัม (momentum คือแรงส่งของการขึ้นลง) เริ่มนิ่งขึ้น แต่ยังไม่ยืนยันการกลับตัวเป็นขาขึ้น (bullish reversal คือกลับตัวขึ้นอย่างชัดเจน)

ระดับสำคัญที่ควรจับตา:

  • แนวรับ (Support): 173.80 → 171.40 → 164.20
  • แนวต้าน (Resistance): 177.50 → 181.50 → 190.00

จุดโฟกัสทันทีอยู่ที่โซน 177.50–178.00 ซึ่งตรงกับเส้นเฉลี่ย 20 วันและบริเวณที่เคยถูกกดลง หากยืนเหนือโซนนี้ได้ต่อเนื่อง (sustained break คือทะลุและยืนได้ ไม่ใช่แค่หลอก) การฟื้นตัวอาจไปต่อถึง 181.50 ซึ่งมีแนวต้านแข็งแรงกว่า

ด้านล่าง 173.80 เป็นแนวรับระยะสั้น หากหลุดระดับนี้ ราคาอาจกลับไปทดสอบ 171.40 และถ้าอ่อนต่ออาจเปิดทางลงไปที่จุดต่ำ 164.20

โดยรวม NVIDIA กำลังพยายามทรงตัวหลังการย่อตัวเพื่อพักฐาน (pullback คือการย่อลงชั่วคราว) แต่ภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณขาขึ้นที่ชัด

หากราคายังกลับไปยืนและถือเหนือ 177.50–181.50 ไม่ได้ การเด้งขึ้นน่าจะยังเป็นเพียงการฟื้นตัวในกรอบพักตัวกว้าง (consolidation คือแกว่งออกข้าง/พักฐานในกรอบ)

สิ่งที่นักเทรดควรจับตาต่อไป

การเคลื่อนไหวรอบถัดไปอาจขึ้นกับ “คำพูดของผู้บริหาร” มากกว่าการที่หุ้นเทคทำตัวเลขออกมาดีหรือต่ำกว่าเป้า นักเทรดรู้อยู่แล้วว่าเทคโนโลยีและธนาคารคือผู้ขับเคลื่อนกำไรครึ่งปีแรก

สิ่งที่อยากได้ยินคือ ความต้องการ AI (AI demand คือความต้องการซื้อชิป/ระบบ/บริการที่ใช้ทำ AI) ยังขยายวงกว้างอยู่ไหม อัตรากำไรจะรับแรงกระแทกจากน้ำมันแพงได้หรือไม่ และผู้บริหารมองว่าความปั่นป่วนจากสงครามเป็นแค่ชั่วคราวหรือเปล่า

สำหรับ NVIDIA โดยตรง ทางขึ้นที่ชัดที่สุดต้องมี 2 อย่างพร้อมกัน: ความต้องการ AI ที่สม่ำเสมอ และตลาดกลับมายอมให้หุ้น “แพงขึ้นตามกำไร” อีกครั้ง (higher multiple คือยอมให้ P/E สูงขึ้น)

ถ้าฤดูกาลประกาศผลประกอบการยืนยันทั้งสองอย่าง หุ้นอาจเริ่มดันผ่านโซน 177.5 และไต่ไปใกล้กรอบบนของช่วงราคาเดิม แต่ถ้าคำแนะนำอนาคต (guidance คือการคาดการณ์/เป้าหมายที่บริษัทให้กับตลาด) ระมัดระวังมากขึ้น การฟื้นตัวอาจสะดุด แม้ตัวเลขพาดหัวจะยังดูดี

คำถามจากนักเทรด

ทำไม Nvidia ถึงสำคัญมากในฤดูกาลประกาศผลประกอบการนี้?

Nvidia อยู่ในส่วนของตลาดที่ผลักดันการเติบโตของกำไรมากที่สุด กลุ่มเทคโนโลยีคาดว่าจะทำกำไร 182,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 46% จากปีก่อน ทำให้ Nvidia ยังเป็นแกนหลักของเรื่องราวในช่วงประกาศงบ

ทำไมนักลงทุนยังโฟกัสที่หุ้นเทคและหุ้นธนาคาร?

เพราะสองกลุ่มนี้แบกการเติบโตของกำไรเป็นหลัก คาดว่ากำไรของ S&P 500 จะเพิ่มขึ้น 14.4% เป็นเกือบ 609,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรกลุ่มการเงินคาดเพิ่มขึ้น 18% เป็นราว 98,500 ล้านดอลลาร์

แล้วกับหุ้น Nvidia โดยตรง หมายความว่าอย่างไร?

หมายความว่า Nvidia ต้องทำมากกว่าแค่ตัวเลขสวย นักลงทุนอยากได้คำตอบชัด ๆ เรื่องความต้องการ AI อัตรากำไร ความต่อเนื่องของการลงทุน (capex คือเงินลงทุนของบริษัท เช่น สร้างศูนย์ข้อมูล ซื้อเครื่องจักร) และมุมมองของผู้บริหารต่อครึ่งปีหลัง

ทำไมคำแนะนำอนาคต (Guidance) ถึงสำคัญกว่าการทำตัวเลขดีกว่าคาด?

เพราะตลาดคาดไว้แล้วว่าหุ้นเทคขนาดใหญ่มากจะโตแรง คำถามใหญ่กว่าคือ การเติบโตจะยังอยู่ได้ไหมถ้าน้ำมันยังแพง สภาพการเงินยังตึง (financial conditions tight คือกู้ยาก ดอกเบี้ยสูง สภาพคล่องน้อย) หรือบริษัทต่าง ๆ เริ่มใช้จ่ายอย่างเลือกมากขึ้น


เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code