ผลต่อแนวทางนโยบายของ Fed
เราควรทบทวนใหม่อย่างจริงจังว่าตลาดกำลัง “ตีราคา” (pricing: สะท้อนความคาดหวังผ่านราคาสินทรัพย์) เรื่องการลดดอกเบี้ยปีนี้มากน้อยแค่ไหน หลังรายงาน Core CPI เดือนมีนาคม (Core CPI: เงินเฟ้อพื้นฐานที่ตัดราคาพลังงานและอาหารซึ่งผันผวนออก) ออกมาสูงที่ 3.9% ข้อมูลภาคบริการนี้ย้ำว่า Fed ยังทำงานไม่จบ การถือสถานะใน “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์/อัตราอ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส ออปชัน) ควรเอนเอียงไปทางสภาพแวดล้อมดอกเบี้ย “สูงนาน” (higher-for-longer: ดอกเบี้ยอยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน) ทำให้การถือ “สถานะขาย” (short positions: เดิมพันว่าราคาจะลง) ในฟิวเจอร์ส Fed Funds หรือ SOFR มีเหตุผลมากขึ้น ข้อมูลนี้ยังเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตและหุ้นเทคที่ไวต่อดอกเบี้ย เราควรคาดว่าความผันผวน (volatility: ราคาขึ้นลงแรงและเร็ว) จะเพิ่ม และอาจกดดันดัชนีอย่าง Nasdaq 100 ให้มีโอกาสปรับลง ในปี 2025 เราเห็นแล้วว่าข้อมูลเงินเฟ้อที่ “เหนียว” (sticky inflation: เงินเฟ้อลดลงยาก) ทำให้ตลาดปรับฐานแรงแต่ชั่วคราว ดังนั้นการใช้ออปชัน “พุต” เพื่อป้องกันความเสี่ยง (protective put: ซื้อสิทธิขายเพื่อคุ้มครองพอร์ตเมื่อราคาลง) บน QQQ หรือ SPY จึงเป็นแนวทางที่รอบคอบ ในตลาดเงิน ข้อมูลนี้สนับสนุนโอกาสที่ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่า ความแตกต่างของนโยบาย (policy divergence: ทิศทางดอกเบี้ย/นโยบายไม่เหมือนกัน) ระหว่าง Fed ที่คุมเข้ม กับธนาคารกลางอื่นที่ “ผ่อนคลาย” มากกว่า (dovish: เน้นลด/คงดอกเบี้ยต่ำเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) มีแนวโน้มกว้างขึ้น เราควรให้น้ำหนักการถือ “สถานะซื้อดอลลาร์” (long dollar positions: เดิมพันว่าดอลลาร์จะแข็ง) เทียบกับสกุลอย่างยูโรหรือฟรังก์สวิส เพราะธนาคารกลางของประเทศเหล่านั้นยังมีแนวโน้มไปทางลดความเข้มงวดการจัดพอร์ตและความเสี่ยงของตลาด
สร้างบัญชีจริง VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets