จีนถูกมองว่าทนทานกว่า
เงินหยวนจีน (CNY) ถูกมองว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่า และน่าจะยืนได้ดีกว่า เหตุผลคือจีนพึ่งพาพลังงานจากในประเทศมากกว่า และมีคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ (strategic reserves: การกักตุนสำรองของรัฐเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน) เงินริงกิตมาเลเซีย (MYR) อาจได้แรงหนุนบ้าง เพราะมักเคลื่อนไหวไปในทิศทางใกล้กับเงินหยวน รายงานยังระบุว่า MYR ได้ประโยชน์จากปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่แข็งแรง (domestic fundamentals: ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น การเติบโต เสถียรภาพการคลัง-การเงิน และความแข็งแรงของภาคการเงิน) เนื้อหานี้ระบุว่าจัดทำโดยใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผลและสร้างเนื้อหา) และมีบรรณาธิการตรวจทานแนวคิดเรื่องการถือสถานะเงิน และการป้องกันความเสี่ยง
สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เงินวอนเกาหลีใต้ เงินเปโซฟิลิปปินส์ และเงินบาทไทยดูเสี่ยงในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เช่น เกาหลีใต้ต้องนำเข้าพลังงานมากกว่า 90% ของที่ใช้ ทำให้เงินวอนมีความเสี่ยงอ่อนค่ามาก ผู้ที่ซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์อื่น) อาจพิจารณาซื้อ “พุทออปชัน” (puts: สิทธิในการขายที่มักได้ประโยชน์เมื่อราคาหรือค่าเงินลดลง) บนตะกร้าสกุลเงินเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันพุ่งฉับพลัน ในทางกลับกัน เงินหยวนจีนได้รับผลกระทบน้อยกว่า จีนมีคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์จำนวนมาก ซึ่งประเมินว่าครอบคลุมการนำเข้าสุทธิได้มากกว่า 90 วัน (net imports: ปริมาณนำเข้าหลังหักส่งออก) จึงช่วยกันกระแทกระยะสั้นจากการขาดแคลนอุปทาน ทำให้เงินหยวนน่าจะนิ่งกว่าสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ความทนทานนี้ยังช่วยพยุงเงินริงกิตมาเลเซีย เพราะมักเคลื่อนไหวใกล้กับเงินหยวน อีกทั้งมาเลเซียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซ “สุทธิ” (net exporter: ส่งออกมากกว่านำเข้า) ทำให้ค่าเงินและดุลการค้า (trade balance: มูลค่าส่งออกลบมูลค่านำเข้า) อาจได้ประโยชน์จากราคาพลังงานที่สูงขึ้น กลยุทธ์แบบ “คู่” (pair trade: ซื้อสินทรัพย์หนึ่งและขายอีกสินทรัพย์หนึ่งเพื่อเล่นส่วนต่าง) เช่น ซื้อริงกิตและขายเงินบาท อาจเป็นวิธีที่ใช้ได้เพื่อเก็งความแตกต่างของผลกระทบ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets