This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

บ็อบ ซาเวจ ระบุว่า เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนมีนาคมที่ขับเคลื่อนโดยพลังงาน จะมีอิทธิพลต่ออัตราดอกเบี้ยและกดดันความน่าเชื่อถือด้านการคลัง

by VT Markets
/
Apr 6, 2026
ตัวเลขเงินเฟ้อเบื้องต้นของเดือนมีนาคมในยุโรปหลายประเทศชี้ว่า ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นราว 1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (month‑on‑month หมายถึง เทียบกับเดือนก่อน) โดยต้นทุนพลังงานเป็นตัวผลักดันหลัก และ “ผลฐาน” (base effects คือ ตัวเลขปัจจุบันดูสูงหรือต่ำผิดปกติ เพราะไปเทียบกับช่วงปีก่อนที่ราคาสูงหรือต่ำมากเป็นพิเศษ) ก็มีผลต่อข้อมูลด้วย แม้ราคาน้ำมันดิบ (crude คือ น้ำมันที่ยังไม่ผ่านการกลั่น) จะดูเหมือนขึ้นมาถึงจุดสูงสุดแล้ว แม้ในกรณีที่สถานการณ์แย่ลง แต่ความสนใจย้ายไปที่ “ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป” (refined products คือ น้ำมันที่กลั่นแล้ว เช่น ดีเซล น้ำมันเครื่องบิน) เพราะกังวลเรื่องของขาดตลาด ราคา “ดีเซล” ในยุโรปสูงเกิน 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าระดับปี 2022

ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินเฟ้อ

สต็อก (stocks คือ ปริมาณคงเหลือในคลัง) ดีเซลและเชื้อเพลิงเครื่องบินของสหภาพยุโรป ณ สิ้นปี 2025 โดยเฉลี่ยมีพอใช้ไม่ถึง 2 เดือน รัฐบาลบางประเทศพยายาม “คุมราคา” เชื้อเพลิงด้วยการลดภาษีและจำกัดส่วนต่างกำไร (margin คือ ส่วนต่างระหว่างต้นทุนกับราคาขาย) ทำให้เกิดคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือด้านการคลัง (fiscal credibility คือ ความเชื่อมั่นว่ารัฐจะบริหารงบประมาณ/หนี้ได้ดี ไม่ใช้จ่ายเกินตัว) ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า จะมีข้อมูลเงินเฟ้อของเดือนมีนาคมจากประเทศนอกยูโรโซนเพิ่มขึ้น ช่วยให้ธนาคารกลางมีข้อมูลมากขึ้น การตัดสินใจเรื่อง “อัตราดอกเบี้ย” ระยะใกล้ยังไม่ชัดเจน แต่คำแนะนำเชิงนโยบาย (policy guidance คือ คำบอกใบ้/แนวทางที่ธนาคารกลางสื่อสารต่อสาธารณะ) อาจยังระมัดระวัง เพราะความไม่แน่นอนเรื่องราคาและปริมาณสินค้า การคาดการณ์เรื่องดอกเบี้ยคือ อาจขึ้นได้ “อย่างมากที่สุด” อีก 1 ครั้งจากธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB), ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) และธนาคารกลางสวีเดน (Riksbank) ส่วนธนาคารกลางนอร์เวย์ (Norges Bank) ส่งสัญญาณไว้แล้วว่าอาจขึ้นอีก 1 ครั้ง ตัวเลขเงินเฟ้อเบื้องต้นของเดือนมีนาคมทำให้ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นมาก เมื่อราคายุโรปเพิ่มรายเดือนราว 1% โดยพลังงานเป็นตัวนำ เราจึงเห็นภาพที่เงินเฟ้อขึ้น แต่ธนาคารกลางยังระวัง ภาวะแบบนี้ชี้ว่า ตลาดอาจคาดหวัง “ขึ้นดอกเบี้ยแรง” มากเกินไป

ผลต่อการเทรด: ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและค่าเงิน

ปัญหาหลักอยู่ที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป โดยราคาดีเซลยุโรปสูงกว่าจุดสูงปี 2022 และมีรายงานว่าสินค้าคงคลังต่ำ ณ สิ้นปี 2025 รัฐบาลเข้ามาคุมต้นทุนเชื้อเพลิง ทำให้ถูกตั้งคำถามเรื่องวินัยการคลัง (fiscal discipline คือ การควบคุมการใช้จ่าย/หนี้ให้ไม่เกินตัว) และอาจทำให้ “หนี้รัฐบาล” อ่อนแอลง (sovereign debt คือ ตราสารหนี้ของรัฐบาล/ความน่าเชื่อถือการชำระหนี้ของรัฐ) สถานการณ์นี้ทำให้ภาพเงินเฟ้อยากประเมิน เพราะนโยบายถูกดึงไปคนละทาง: ต้องคุมราคาสินค้า แต่ก็ต้องระวังเศรษฐกิจและภาระงบประมาณ เมื่อคาดว่า ECB และธนาคารกลางอังกฤษอาจขึ้นดอกเบี้ยได้มากสุดอีกเพียง 1 ครั้ง “อนุพันธ์อัตราดอกเบี้ย” (interest rate derivatives คือ เครื่องมือทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับอัตราดอกเบี้ย เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้า/สว็อป) จึงน่าสนใจ อัตราดอกเบี้ย “เงินฝาก” ของ ECB ตอนนี้คือ 4.00% (deposit facility rate คือ ดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์ฝากเงินไว้กับ ECB) ดังนั้นการวางสถานะเทรดที่คาดว่า “ดอกเบี้ยสูงสุดรอบนี้” (terminal rate คือ ระดับดอกเบี้ยสูงสุดก่อนหยุดขึ้น) แค่ 4.25% อาจทำกำไรได้ แนวคิดนี้หมายถึงมองหาเครื่องมืออย่าง “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น” (short‑term interest rate futures คือ สัญญาล่วงหน้าที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยระยะสั้น) ที่ตอนนี้ตลาดกำลังตีราคาเส้นทางดอกเบี้ยให้ “ขึ้นแรงกว่า” ที่ควรเป็น ความไม่ชัดเจนจากธนาคารกลางเป็นสัญญาณว่าความผันผวนของตลาดอาจสูงขึ้น ดัชนี VSTOXX (ดัชนีวัดความผันผวนของ Euro Stoxx 50 คือ วัดความกลัว/การแกว่งของตลาดหุ้นยุโรป) ขึ้นจากราว 14 ไปเกิน 18 ในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นักเทรดอาจพิจารณาซื้อ “ออปชัน” (options คือ สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาที่กำหนด) เพื่อหวังได้ประโยชน์จากการแกว่งตัวของราคาหุ้นยุโรปหลัก ๆ การที่ ECB ไม่อยากขึ้นดอกเบี้ยแรงทั้งที่เงินเฟ้อยังสูง อาจทำให้เงินยูโรอ่อนค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ หากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ยังเข้มงวด (hawkish คือ เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) ความต่างของนโยบาย (policy divergence คือ นโยบายดอกเบี้ยคนละทิศทาง) จะกดค่าเงิน วิธีเทรดมุมมองนี้แบบตรงคือใช้ออปชันเพื่อวางสถานะให้คู่เงิน EUR/USD ปรับลง แม้ธนาคารกลางส่วนใหญ่ยังไม่พูดชัด แต่ Norges Bank ชัดเจนกว่าเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย จึงเกิดโอกาส “เทียบความคุ้มค่า” ภายในยุโรป (relative value คือ หาโอกาสจากความต่างระหว่างสินทรัพย์/ประเทศ) นักเทรดอาจมองสถานะที่ให้ค่าเงินโครนนอร์เวย์ (Norwegian Krone) ได้เปรียบโครนาสวีเดนหรือยูโร เพราะเส้นทางนโยบายที่ชัดกว่าของนอร์เวย์อาจช่วยให้ค่าเงินแข็งขึ้น

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code