แรงกระแทกจากพลังงาน และความคาดหวังการลดดอกเบี้ย
เนื่องจากสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานมากกว่าส่งออก (net energy importers: ต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมัน/ก๊าซจากต่างประเทศ) ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจึงกดดันแนวโน้มเศรษฐกิจได้ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ตลาดคาดว่าเงินเฟ้อโลกจะสูงขึ้น (inflation expectations: ความคาดหวังว่าระดับราคาสินค้าโดยรวมจะเพิ่มขึ้นในอนาคต) ซึ่งลดโอกาสที่ธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ในมุมมองการซื้อขายเชิงเทคนิค (technical trading: ใช้กราฟราคา/สถิติเพื่อประเมินทิศทาง) คู่เงินอยู่ใกล้ 210.90 ภาพรวมเป็นกลาง แต่เอนลงเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 20 วัน (20-day EMA: ค่าเฉลี่ยราคาแบบให้น้ำหนักกับข้อมูลล่าสุดมากกว่า) แถว 211.50 การเคลื่อนไหวของราคาอยู่ระหว่างแนวรับ 207.26 และแนวต้าน 213.38 บ่งชี้ว่ากรอบการแกว่งกำลังแคบลง ดัชนี RSI 14 วัน (14-day RSI: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขายในช่วง 0–100) ยังอยู่ในช่วง 40.00–60.00 สอดคล้องกับความผันผวนที่ลดลง แนวต้านอยู่ใกล้ 213.40 และถัดไป 215.00 ส่วนแนวรับอยู่แถว 209.00 และถัดไป 207.24กลยุทธ์ออปชันในช่วงกรอบแคบ
เมื่อเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันดิบอ้างอิงตลาดโลก) ล่าสุดทะลุ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความกดดันทางเศรษฐกิจกำลังเพิ่มขึ้น ทั้งสหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นยังคงเป็นผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ ทำให้ค่าเงินมีความเสี่ยงหากราคาน้ำมันสูงต่อเนื่อง แรงกระแทกจากภายนอกนี้ทำให้ภาพเงินเฟ้อของทั้งสองประเทศซับซ้อนขึ้น ธนาคารกลางอังกฤษเหมือนอยู่ในภาวะตัดสินใจยาก โดยเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2026 ยังสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.8% ทำให้ไม่น่าจะลดดอกเบี้ยก่อนปลายฤดูร้อน ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ค่อย ๆ ถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาก (ultra-loose policy: ดอกเบี้ยต่ำมากและอัดฉีดสภาพคล่อง) กำลังถูกกดดันจากต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น ทำให้ทั้งสองธนาคารกลางอยู่ในภาวะลำบาก สำหรับผู้ซื้อขายอนุพันธ์ (derivative traders: ซื้อขายสัญญาที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ช่วงที่ราคาแกว่งสะสมเป็นโอกาสได้ กรอบการแกว่งแคบของ GBP/JPY ทำให้ความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (one-month implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ลดลงสู่ระดับต่ำ ทำให้ออปชันมีราคาถูกลง ซึ่งชี้ว่าควรเตรียมรับการหลุดกรอบครั้งใหญ่ มากกว่าคาดว่าความนิ่งจะยาวนาน เรามองว่าการซื้อสแตรดเดิล (straddle: ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) หรือสแตรงเกิล (strangle: ซื้อ Call และ Put แต่ใช้ราคาใช้สิทธิต่างกัน) แบบอายุยาว (long-dated: ระยะเวลาสัญญายาวกว่าปกติ) อาจเป็นกลยุทธ์ที่รอบคอบในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า วิธีนี้ทำให้ผู้ซื้อขายได้ประโยชน์หากราคาเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical tensions: ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่กระทบตลาด) ที่ทำให้คู่เงินขึ้น หรือมีข้อตกลง/คลี่คลายฉับพลันจนราคาร่วง เป้าหมายคือจับการเคลื่อนออกจากการสะสมในกรอบแคบ ซึ่งมักไม่อยู่นาน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริงของคุณ และ เริ่มซื้อขาย ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets