การเจรจาหยุดยิง และปฏิกิริยาราคาน้ำมันระยะใกล้
รูปแบบการเจรจาสันติภาพตะวันออกกลางรอบนี้ดูคุ้นเคย ย้อนดูกรณีคล้ายกันในปี 2025 แม้มีโอกาสหยุดยิงเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ WTI ลดลงต่ำกว่า 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (บาร์เรล = หน่วยปริมาณน้ำมันมาตรฐาน) สัญญาณว่า หากมีความน่าเชื่อถือว่าจะลดความตึงเครียด ราคาน้ำมันดิบอาจถูกกดลงทันทีในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า โดย WTI ซื้อขายแถว 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เดือนเมษายน 2026 ตลาดได้สะท้อน “ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์” แล้ว (ราคาที่ถูกบวกเพิ่มเพราะความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ) รายงานล่าสุดของ EIA (หน่วยงานพลังงานสหรัฐฯ) พบสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกินคาด 2.1 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นสัญญาณลบต่อราคา และอาจทำให้ราคาลดลงมากขึ้นหากมีข้อตกลงสันติภาพ หากตกลงกันได้สำเร็จ ก็มักทำให้ส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงถูกตัดออก ในช่วงที่ตลาดซื้อขายจริงเริ่มอ่อนแรงอยู่แล้วสถานะการถือครองออปชัน และสัญญาณความผันผวน
ความกังวลของตลาดสะท้อนในดัชนี CBOE Crude Oil Volatility Index (OVX) ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนคาดการณ์ของราคาน้ำมัน กำลังอยู่ใกล้ 45 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก ทำให้การซื้อ “พุทออปชัน” (สิทธิในการขายในอนาคต เพื่อทำกำไรเมื่อราคาร่วง) บนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ฟิวเจอร์ส = สัญญาตกลงซื้อขายในอนาคต) ของ WTI หรือ Brent (น้ำมันดิบมาตรฐานยุโรป) น่าสนใจ หากมีดีลแล้วราคาปรับลงกะทันหัน อีกวิธีคือขาย “คอลสเปรดนอกเงิน” (การขายชุดออปชันฝั่งซื้อที่ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจากราคาปัจจุบัน) เพื่อรับประโยชน์จากราคาลดลง และจาก “ความผันผวนคาดการณ์” (ตัวเลขที่ตลาดใช้ประเมินความแกว่งของราคาในอนาคต) ที่สูง อย่างไรก็ดี ต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่การเจรจาล้มเหลว ซึ่งอาจทำให้ราคาพุ่งกลับเหนือ 100 ดอลลาร์ได้รวดเร็ว เหตุการณ์ปี 2025 เมื่อการเจรจาล้มเหลวทำให้ราคาเด้งแรงในไตรมาสถัดไป ดังนั้น การถือ “คอลออปชันระยะยาว” (สิทธิในการซื้อในอนาคต ระยะเวลานานกว่า เพื่อกันความเสี่ยง) อาจเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงหากการเจรจาพังลงอย่างกะทันหัน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets