ความตึงเครียดตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขาดต่ออิหร่าน โดยเตือนว่าจะโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอื่น ๆ หากช่องแคบฮอร์มุซไม่ถูกเปิดอีกครั้ง เขากำหนดเส้นตายวันอังคารเวลา 20:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐฯ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อเรียกร้อง และการโจมตีทรัพย์สินด้านพลังงานในภูมิภาคยังดำเนินต่อไป ตลาดยิ่งคาดว่า “ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)” จะชะลอการลดดอกเบี้ย และอาจเห็น “ต้นทุนการกู้ยืม” สูงขึ้นในช่วงปลายปี หากเงินเฟ้อยังไม่ลดลง ความสนใจหันไปที่รายงาน “บันทึกการประชุม FOMC” (Federal Open Market Committee: คณะกรรมการกำหนดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ; Minutes คือบันทึกรายละเอียดการประชุมเพื่อบอกแนวคิดนโยบาย) ธนาคารกลางอังกฤษคง “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” (Bank Rate: ดอกเบี้ยหลักของประเทศ) ที่ 3.75% ในเดือนมีนาคมด้วยมติเป็นเอกฉันท์ โดยหยุดการผ่อนคลายนโยบายก่อนหน้า เพราะความเสี่ยงเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ธนาคารกลางยุโรปย้ำว่า “นโยบายการเงินยังตึงตัว” (restrictive: ตั้งดอกเบี้ย/เงื่อนไขการเงินให้เข้มเพื่อกดเงินเฟ้อ) จนกว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% เมื่อเงินไม่สามารถทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (safe haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อยามตลาดผันผวน) ได้ เราอาจกำลังเห็นการขายเพื่อหาเงินไปเติมหลักประกัน (margin call: โบรกเกอร์เรียกเงิน/หลักประกันเพิ่มเมื่อขาดทุน) ในตลาดอื่นที่ผันผวน รูปแบบการขายสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อหาเงินสดเคยเกิดขึ้นแล้ว เช่น ช่วงวิกฤตสภาพคล่องปี 2020 ที่นักลงทุนแห่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ผู้เทรดควรพิจารณา “ออปชันแบบพุต” (put option: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคากำหนด ภายในเวลาที่กำหนด) บนเงิน โดยคาดว่าราคายังมีแรงกดดันขาลงตราบเท่าที่การลดการใช้เงินกู้ในพอร์ตยังดำเนินอยู่ (deleveraging: ลดการใช้เลเวอเรจ/หนี้ในพอร์ต)ผลต่อการเทรดและการจัดพอร์ต
ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นรอบช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพราะกระทบต่อ “อุปทานพลังงานโลก” โดยตรง จากข้อมูลล่าสุดของ “EIA” (Energy Information Administration: หน่วยงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ) มากกว่า 20% ของการบริโภคน้ำมันต่อวันของโลกต้องผ่านจุดคอขวดนั้น (chokepoint: ช่องทางแคบที่หากติดขัดจะกระทบการขนส่ง) ดังนั้นควรพิจารณา “สถานะซื้อ” (long position: คาดว่าราคาจะขึ้น) ใน “สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ” (crude oil futures: สัญญาตกลงซื้อ/ขายน้ำมันในอนาคต) หรือ “ออปชันแบบคอล” (call option: สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนด) บน ETF กลุ่มพลังงาน เพราะหากชะงักมากขึ้นอาจทำให้ราคาพุ่งแรง เงินเฟ้อที่ถูกผลักดันโดยราคาพลังงานที่ยังสูง ทำให้ Fed ถูกกดดัน คล้ายช่วงปี 2022 ที่ “ดัชนี CPI แบบรวม” (headline CPI: เงินเฟ้อรวมทุกหมวด ไม่ตัดอาหารและพลังงาน) เคยเกิน 7% ดังนั้น ผู้เทรดอาจคาด “ผลตอบแทนพันธบัตร” (yield: อัตราผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร) ที่สูงขึ้น โดยพิจารณา “สถานะขาย” (short position: คาดว่าราคาจะลง) ใน “ฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุคงเหลือระดับโน้ต” (U.S. Treasury note futures: สัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ช่วงอายุปานกลาง เช่น 2–10 ปี) ตลาดกำลังลดความคาดหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยที่เคยคิดไว้เมื่อไตรมาสก่อน โดยขณะนี้ “ฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยเฟดฟันด์” (fed funds futures: สัญญาที่สะท้อนคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ) บ่งชี้ว่านโยบายจะยังตึงตัวไปจนสิ้นปี ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และธนาคารกลางมีแนวโน้มเข้มงวด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) เงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาเด่นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลัก เราเห็นเงินทุนไหลเข้า ดัน “ดัชนีดอลลาร์ (DXY)” (Dollar Index: ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) ขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ความผันผวนของตลาดในปี 2025 ผู้เทรดควรให้น้ำหนัก “ถือดอลลาร์ฝั่งซื้อ” เมื่อเทียบกับสกุลเงินอย่างยูโรและปอนด์ ซึ่งธนาคารกลางเผชิญโจทย์ยากจาก “สภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตช้า” (stagflation: การเติบโตอ่อนแอแต่ราคายังสูง)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets