ภาพรวมราคาทองคำในอินเดีย
FXStreet คำนวณราคาทองคำในอินเดียโดยแปลงจากราคาทองคำตลาดโลก ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/INR (ดอลลาร์สหรัฐ/รูปีอินเดีย) และหน่วยชั่งตวงท้องถิ่น ตัวเลขอัปเดตรายวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ และใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง เพราะราคาจริงในตลาดท้องถิ่นอาจต่างกันเล็กน้อย ธนาคารกลาง (สถาบันการเงินของรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและเงินสำรองของประเทศ) ถือครองทองคำสำรองมากที่สุด และซื้อเพิ่ม 1,136 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามข้อมูลของ World Gold Council (องค์กรที่รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดทองคำโลก) ซึ่งเป็นการซื้อรายปีสูงสุดตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ราคาทองคำสามารถเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของเงินดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออก) และสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม โดยมักอ้างอิงราคาเป็น XAU/USD (ราคาทองคำเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ; XAU คือรหัสทองคำ) ราคาอาจได้รับผลจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย การที่ราคาทองคำลดลงล่าสุดเป็นจุดตัดสินใจสำคัญ ต้องดูว่าเป็นการย่อตัวชั่วคราวในตลาดขาขึ้น (ช่วงที่ราคามีแนวโน้มขึ้น) หรือเป็นจุดเริ่มของการลงต่อเนื่อง ประเด็นอยู่ที่แรงที่ต้านกันระหว่างนโยบายการเงินและความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven: สินทรัพย์ที่คนมักซื้อเมื่อกังวลความเสี่ยง)แรงสำคัญที่ขับเคลื่อนทองคำ
เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าจากความกังวลเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง โดยข้อมูลล่าสุดชี้ว่า CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ขยับขึ้นเป็น 3.1% ในไตรมาสแรก ทำให้ตลาดคาดว่าเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไป ส่งผลให้ทองคำที่ “ไม่ให้ดอกเบี้ย” (สินทรัพย์ที่ถือแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย) ดูน่าดึงดูดน้อยลง ดอลลาร์ที่แข็งขึ้นและแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจอยู่สูงนานเป็นแรงกดดันต่อโลหะมีค่า (precious metal: โลหะที่มีมูลค่าสูง เช่น ทอง) อย่างไรก็ตาม ความต้องการซื้อจากธนาคารกลางยังต่อเนื่อง หลังจากการซื้อสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2022 โดยข้อมูลปี 2023 และ 2024 ระบุว่าธนาคารกลางเพิ่มทองเข้าทุนสำรองมากกว่า 1,000 ตันต่อปีอย่างสม่ำเสมอ ช่วยพยุงราคา การสะสมทองเชิงยุทธศาสตร์ (การซื้อสะสมระยะยาวเพื่อความมั่นคง) รวมกับความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ บ่งชี้ว่ามีแรงหนุนอยู่มาก ควรจำด้วยว่าทองคำเคยปรับขึ้นแรงตลอดปี 2025 ต่อจากจุดสูงสุดใหม่ในปี 2024 ดังนั้นความอ่อนตัวตอนนี้อาจเป็นการขายทำกำไร (profit-taking: ขายเพื่อรับกำไรหลังราคาขึ้น) มากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มระยะยาว การย่อตัวแบบนี้พบได้บ่อย และในอดีตมักเป็นโอกาสซื้อในตลาดขาขึ้นที่ต่อเนื่อง ความขัดแย้งระหว่างนโยบายการเงินที่ “เข้มงวด” (hawkish: ให้ความสำคัญกับการคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง/ลดการผ่อนคลาย) กับความต้องการซื้อทองจริง (physical demand: การซื้อทองคำจริง ไม่ใช่สัญญา) อาจทำให้ความผันผวนของตลาดเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาทางการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทอง) หมายความว่าค่าเบี้ยออปชัน (option premiums: ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อสัญญาออปชัน) อาจแพงขึ้นเพราะความไม่แน่นอน กลยุทธ์ที่รองรับการแกว่งแรงได้ทั้งสองทาง แทนการพนันทิศทางเดียว อาจเหมาะกว่า สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets