Liquidity Rules And Fed Balance Sheet
รายงานระบุว่า กฎเหล่านี้ทำให้เกิดความต้องการ “เงินสำรองที่ฝากกับธนาคารกลาง” สูงและต่อเนื่อง (central bank reserves: เงินที่ธนาคารพาณิชย์ถือไว้ที่ Fed เพื่อใช้ชำระบัญชีและกันความเสี่ยง) ส่งผลให้ Fed ลดขนาดงบดุลได้ยากขึ้น รายงานยังระบุว่า ในช่วงตึงเครียด Fed ทำหน้าที่ผู้ให้กู้ยามฉุกเฉินได้ไม่เต็มที่ โดยเชื่อมโยงกับ “ความอาย/ความกังวลด้านภาพลักษณ์” จากการใช้ช่องทางกู้ฉุกเฉินของ Fed (discount window: หน้าต่างกู้เงินระยะสั้นจาก Fed สำหรับธนาคาร) การเปลี่ยนแปลงที่วางแผนไว้มีเป้าหมายลดความกังวลในการใช้ช่องทางกู้ฉุกเฉิน รายงานระบุว่าสิ่งนี้อาจทำให้ Fed แทรกแซงได้ดีขึ้นเมื่อเกิดความตึงเครียด และอาจกลับมาลดงบดุลได้อีกครั้งMarket Implications For Rates And Volatility
ขณะนี้การหารือนโยบายของ Fed เริ่มเอนเอียงไปทางการผ่อนคลายกฎสภาพคล่องของธนาคาร ซึ่งอาจทำให้งบดุลของ Fed เล็กลงได้มากกว่าที่เคยคิด เป้าหมายคือให้ Fed กลับมาทำหน้าที่ผู้ให้กู้ยามฉุกเฉินแบบเดิม ซึ่งถูกทดสอบในเหตุการณ์ตึงเครียดของธนาคารปี 2023 นี่ทำให้ควรเตรียมรับความเป็นไปได้ที่ QT จะกลับมาอีกครั้งปลายปีนี้ การปรับนโยบายนี้กระทบ “ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย” โดยตรง เพราะถ้า Fed ลดงบดุลอีก จะทำให้มี “พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ” (Treasury bonds: ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ) ออกสู่ตลาดมากขึ้น ณ ปลายมีนาคม 2026 ดัชนี MOVE (ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดพันธบัตร) อยู่แถว 95 ซึ่งถือว่าค่อนข้างนิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ ผู้ซื้อขายควรพิจารณาเตรียมรับโอกาสที่ดัชนีนี้จะสูงขึ้น เพราะความไม่แน่นอนเรื่องขนาดและความเร็วของ QT ในอนาคตมักทำให้อัตราดอกเบี้ยแกว่งแรงขึ้น ประเด็นสำคัญคือหลีกเลี่ยงการเกิดซ้ำของเหตุการณ์ตลาด “รีโป” (repo market: ตลาดกู้ยืมระยะสั้นโดยใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน) ที่พุ่งแรงในกันยายน 2019 ซึ่งเกิดเมื่อเงินสำรองของธนาคารขาดแคลน การผ่อนคลายข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทำมาเพื่อกันเหตุนี้ แต่การเริ่ม QT ใหม่ก็ทำให้ความเสี่ยงนี้กลับมาอีก ปัจจุบันเงินสำรองของธนาคารที่อยู่กับ Fed อยู่ราว 3.1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่าเป็น “ระดับล่าง” ของระดับที่ยังถือว่า “เพียงพอ” (ample: มีมากพอไม่ให้ตลาดเงินตึงตัว) ดังนั้นการลดลงต่อจากนี้จึงต้องทำอย่างระมัดระวัง ดังนั้นควรติดตามตลาดเงินระยะสั้นอย่างใกล้ชิดเพื่อดูสัญญาณตึงเครียด เช่น อัตรา SOFR สูงขึ้น (Secured Overnight Financing Rate: ดอกเบี้ยกู้ข้ามคืนแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ใช้เป็นอัตราอ้างอิงสำคัญ) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นว่า SOFR บางครั้งสูงกว่าอัตราเป้าหมายของ Fed ราว 3–4 เบซิสพอยต์ (basis point: 0.01%) ในช่วงสิ้นเดือน สะท้อนว่าตลาดเริ่มไวต่อระดับสภาพคล่อง และอาจเป็นสัญญาณนำถ้า QT กลับมา ด้วยความพยายามลดความกังวลต่อการใช้ discount window ผู้กำกับดูแลหวังสร้าง “วาล์วนิรภัย” ที่เชื่อถือได้มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงรุนแรงมากในช่วงวิกฤต เราจำได้ว่าโครงการ BTFP (Bank Term Funding Program: โครงการให้ธนาคารกู้เงินระยะยาวขึ้นโดยใช้พันธบัตรค้ำประกัน) ที่หมดอายุในปี 2024 ถูกสร้างขึ้นเพราะธนาคารไม่อยากใช้ discount window ในปี 2023 หากการลดความกังวลทำได้จริง การซื้อสัญญา put ที่ราคาไกลมาก (deep out-of-the-money puts: ออปชันขายที่ราคาใช้สิทธิห่างจากราคาตลาดมาก ใช้เป็นประกันความเสี่ยง) บน ETF กลุ่มการเงิน (financial sector ETFs: กองทุนดัชนีที่ลงทุนในหุ้นกลุ่มการเงิน) อาจไม่น่าสนใจเท่าเดิมในฐานะเครื่องมือคุ้มกันความเสี่ยงระยะยาว สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets