ผลต่อแนวทางนโยบายของ ECB
เมื่อเงินเฟ้ออิตาลีทรงตัวที่ 1.5% เรามองว่านี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “ธนาคารกลางยุโรป” (ECB: หน่วยงานที่กำหนดนโยบายการเงินของยูโรโซน เช่น ดอกเบี้ย) แทบไม่ถูกกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ย ตัวเลขนี้รวมกับเงินเฟ้อเยอรมนีล่าสุดที่ 1.7% ยืนยันว่าความกดดันด้านราคาทั่วทั้งยูโรโซนยังอยู่ในระดับจำกัด เราควรคาดว่า ECB จะมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น (dovish: เอนเอียงไปทางลด/คงดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจ) ในการประชุมเดือนเมษายน มุมมองนี้ชี้ว่าในระยะใกล้ควรวางแผนรับดอกเบี้ยที่ต่ำลง เราเชื่อว่าการซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า EURIBOR เดือนมิถุนายน 2026 (EURIBOR futures: สัญญาที่อ้างอิง “อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในยูโร” เพื่อเก็งหรือป้องกันความเสี่ยงดอกเบี้ยในอนาคต) เป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะตลาดน่าจะตัดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยที่เหลืออยู่ในปีนี้ออกไป กลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิ ไม่ใช่ข้อผูกมัด ในการซื้อ/ขาย) ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยทรงตัวหรือลดลง เช่น การขายคอล (selling calls: ขายสิทธิให้ผู้อื่นซื้อ เพื่อรับพรีเมียม โดยมักเหมาะเมื่อคาดว่าอัตราจะไม่พุ่งขึ้น) บนสวอปดอกเบี้ย (interest rate swaps: สัญญาแลก “ดอกเบี้ยคงที่” กับ “ดอกเบี้ยลอยตัว”) ก็ควรพิจารณา สำหรับตลาดค่าเงิน หาก ECB ผ่อนคลายต่อเนื่อง เงินยูโรอาจอ่อนค่า โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ข้อมูลล่าสุดของสหรัฐฯ ชี้ว่าเงินเฟ้อ “Core PCE” (ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลไม่รวมอาหารและพลังงาน: ตัววัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ) ทรงตัวที่ 2.8% ทำให้ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed: ผู้กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ) มีแนวโน้มเข้มงวดมากกว่า (hawkish: เอนเอียงไปทางขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ) และเกิดความต่างของนโยบายชัดเจน เราควรพิจารณาซื้อพุต EUR/USD อายุ 3 เดือน (puts: สิทธิในการขาย ซึ่งมักได้ประโยชน์เมื่อราคาลดลง; expiry: วันหมดอายุของสัญญา) เพื่อใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอที่คาดไว้ สภาพเงินเฟ้อต่ำแบบนี้ช่วยหนุนหุ้น เพราะทำให้ต้นทุนกู้ยืมของบริษัทลดลง เราเห็นโอกาสในคอลออปชันบนดัชนี FTSE MIB (ดัชนีหุ้นหลักของอิตาลี) ซึ่งไวต่อความเชื่อมั่นในประเทศและต้นทุนเงินทุนที่ต่ำลง ดัชนียุโรปที่กว้างขึ้น เช่น Euro Stoxx 50 (ดัชนีหุ้นขนาดใหญ่ของยูโรโซน) ก็น่าจะได้ประโยชน์จากแนวทางนโยบายการเงินนี้บริบทตลาดและความเสี่ยง
เมื่อเทียบกับช่วงเงินเฟ้อสูงที่เกิดขึ้นในหลายเดือนของปี 2025 ช่วงที่ทรงตัวตอนนี้เป็นสัญญาณสำคัญต่อ ตลาด คาดการณ์การเติบโตของ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ: มูลค่าการผลิตรวมของเศรษฐกิจ) ยูโรโซนไตรมาส 2 ล่าสุดถูกปรับลงเล็กน้อยเหลือ 0.3% ยิ่งหนุนกรณีที่การตัดสินใจครั้งถัดไปของ ECB มีแนวโน้ม “ลดดอกเบี้ย” มากกว่า “ขึ้นดอกเบี้ย” ซึ่งต่างจากรอบการขึ้นดอกเบี้ยแรง (tightening cycle: ช่วงที่ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ย/ดูดสภาพคล่องเพื่อกดเงินเฟ้อ) ที่เพิ่งจบลงเมื่อปีก่อน สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets