การขาดดุลงบประมาณและแนวโน้มการกู้ยืม
เราเห็นว่าการขาดดุลในเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวมาก แปลว่ารัฐบาลอาจต้องกู้เงินเพิ่มขึ้นในช่วงถัดไป ทำให้การขาดดุลอยู่ที่ 86.5% ของเป้าหมายทั้งปี (full-year target: เป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับทั้งปีงบประมาณ) เพิ่มขึ้นจาก 75% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ปริมาณพันธบัตรรัฐบาล (government bonds: ตราสารหนี้ที่รัฐออกเพื่อกู้เงิน) ที่ออกเพิ่มขึ้นคาดว่าจะกดให้ผลตอบแทนพันธบัตร (yields: อัตราผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ) ปรับสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า ข้อมูลนี้ทำให้เงินรูปีอินเดียมีความเสี่ยง เพราะการขาดดุลที่สูงขึ้นอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่มั่นใจ เราเห็นคู่เงิน USD/INR (อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อรูปีอินเดีย) ทรงตัวแถว 84.20 แต่ข่าวนี้อาจเป็นปัจจัยให้ทดสอบระดับที่สูงขึ้น กลยุทธ์ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า USD/INR (futures: สัญญาที่ตกลงซื้อขายในอนาคต) หรือออปชันแบบสิทธิซื้อ (call options: สัญญาที่ให้สิทธิ “ซื้อ” ที่ราคา/เวลาที่กำหนด) อาจช่วยวางตำแหน่งเพื่อรับโอกาสที่รูปีอ่อนค่า สำหรับตลาดหุ้น ความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเป็นแรงกดดันต่อกำไรบริษัทและมูลค่าหุ้น (valuations: การประเมินว่าหุ้นควรมีมูลค่าเท่าไร) โดยดัชนี Nifty 50 (ดัชนีหุ้นหลักของอินเดีย) เพิ่งขึ้นไปเหนือ 24,000 ทำให้เสี่ยงต่อการเปลี่ยนมุมมองของตลาดมากขึ้น เรามองว่าการซื้อออปชันแบบสิทธิขายบน Nifty (put options: สัญญาที่ให้สิทธิ “ขาย” ที่ราคา/เวลาที่กำหนด) อาจใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดผลกระทบจากการเคลื่อนไหวที่ไม่ต้องการ) หากตลาดปรับฐาน (market correction: ราคาปรับลงจากระดับสูง) จากมุมมองปี 2025 เราจำได้ว่าในปลายปี 2023 เคยมีความกังวลเรื่องการกู้ยืมพุ่งขึ้นและทำให้ตลาดพันธบัตรถูกขายลงแรง (bond sell-off: นักลงทุนขายพันธบัตรจำนวนมากจนราคาลง) ต่อไปตลาดจะจับตาการประชุมนโยบายของธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India: ธนาคารกลางของอินเดีย) ในสัปดาห์ที่สองของเดือนเมษายน หาก RBI ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย (hawkish commentary: มุมมองที่เอนเอียงไปทาง “ขึ้นดอกเบี้ย/เข้มงวด” เพื่อลดเงินเฟ้อ) อาจทำให้การเคลื่อนไหวในตลาดเร็วขึ้นเหตุการณ์สำคัญที่ควรติดตามต่อไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets