ขึ้นอีกอย่างมากสุด 1 ครั้ง
ธนาคารคาดว่า ECB จะขึ้น “อัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก” (key rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) ในการประชุมวันที่ 30 เมษายน หาก ECB ไม่ทำในเดือนเมษายน ก็อาจส่งสัญญาณว่าจะขึ้นในการประชุมวันที่ 11 มิถุนายนแทน ธนาคารระบุว่าไม่น่าจะขึ้นมากกว่า 1 ครั้ง เพราะราคาน้ำมันอาจลดลงเมื่อสงครามยุติ นอกจากนี้ยังชี้ว่า “ตลาดฟิวเจอร์ส” (futures markets: ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่ตกลงราคาวันนี้แต่ส่งมอบ/ชำระบัญชีในอนาคต) ประเมินว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 3 ครั้งภายในสิ้นปี ซึ่งธนาคารมองว่าไม่น่าเกิดในกรณีฐาน เราเห็นความไม่สอดคล้องระหว่างราคาที่ตลาดกำหนดกับความจริงของเศรษฐกิจยูโรโซน สงครามในตะวันออกกลางกำลังดันเงินเฟ้อขึ้นพร้อม ๆ กับฉุดการเติบโตลง ทำให้ ECB อยู่ในสถานการณ์ที่ตัดสินใจยากมากราคาที่ตลาดคาด กับความจริงของการเติบโต
แม้ตัวเลขล่าสุดของยูโรสแตต (Eurostat: หน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรป) จะชี้ว่าเงินเฟ้อขยับขึ้นเป็น 2.8% ในเดือนกุมภาพันธ์จากต้นทุนพลังงาน แต่เรามองว่าแรงกดดันนี้จะจางลงหลังฤดูร้อน ปัจจัยสำคัญสำหรับ ECB คือเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลง ซึ่งตอนนี้คาดว่าจะโตเพียง 0.6% ในปีนี้ ต่ำกว่าศักยภาพ หมายความว่าไม่อาจเรียกว่าเศรษฐกิจ “ฟื้นตัวจริง” ได้แล้ว การชะลอตัวเริ่มเห็นชัดจากดัชนี S&P Global Composite PMI ของยูโรโซนล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 49.5 ซึ่งบ่งชี้ว่า “กิจกรรมทางธุรกิจหดตัวเล็กน้อย” (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ค่าต่ำกว่า 50 มักตีความว่าเริ่มหดตัว) เราเคยเห็นลักษณะคล้ายกันในปี 2022 เมื่อ ECB ช่วงแรกตอบสนองช้าต่อเงินเฟ้อหลังโควิด เพราะให้ความสำคัญกับการฟื้นตัว จนแรงกดดันด้านราคาเริ่มฝังแน่น (entrenched: เกิดขึ้นต่อเนื่องจนเปลี่ยนยาก) หลังเศรษฐกิจปลายปี 2025 ออกมาดีกว่าคาดเล็กน้อย ความอ่อนแรงรอบใหม่นี้ทำให้ “ฝ่ายที่อยากผ่อนคลาย” (doves: กรรมการ/ผู้กำหนดนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจมากกว่าคุมเงินเฟ้อ จึงมักไม่อยากขึ้นดอกเบี้ยแรง) ในคณะผู้ว่าการ (Governing Council: คณะผู้กำหนดนโยบายการเงินของ ECB) มีเหตุผลชัดเจนที่จะระมัดระวัง ท่ามกลางฉากหลังนี้ การที่ตลาดฟิวเจอร์สกำหนดราคาว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 3 ครั้งภายในสิ้นปีดูมากเกินไป เราคาดว่า ECB จะขึ้นอย่างมากสุด 1 ครั้ง น่าจะเป็นเดือนเมษายนหรือมิถุนายน แล้วหยุดเพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธนาคารกลางไม่น่าจะยอมเสี่ยงให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) เพื่อสู้กับเงินเฟ้อจากพลังงานที่มองว่าเป็นเรื่องชั่วคราว สำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอกเบี้ย ค่าเงิน) นี่อาจหมายความว่า “ฟิวเจอร์สดอกเบี้ย” (interest rate futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงดอกเบี้ยในอนาคต) เช่นที่อ้างอิงกับ EURIBOR (อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระหว่างธนาคารในยูโร) กำลังสะท้อนเส้นทางการคุมเข้ม (tightening: การทำให้การเงินตึงตัว เช่น ขึ้นดอกเบี้ย) ที่แรงเกินจริง การถือสถานะที่ได้ประโยชน์จากการขึ้นดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ตลาดคาด อาจน่าสนใจในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งชี้ว่าอาจเกิดการ “ปรับราคากลับ” (repricing: ตลาดปรับการคาดการณ์และราคาใหม่) เมื่อท่าทีผ่อนคลายของ ECB ชัดขึ้น หาก ECB ไม่เข้มงวดเท่าที่ตลาดคาด มีแนวโน้มกดดันเงินยูโร อาจสร้างโอกาสในตลาด “ออปชันค่าเงิน” (currency options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายเงินตราที่อัตราหนึ่งในอนาคต) โดยเฉพาะกลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อยูโรอ่อนค่าลงเทียบกับสกุลเงินที่ธนาคารกลางยัง “เข้มงวด” มากกว่า (firm: ยืนกรานคุมเงินเฟ้อ มักไม่รีบลดดอกเบี้ย) ความแตกต่างของนโยบาย (divergence: ทิศทางนโยบายต่างกัน) อาจเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของคู่เงิน EUR/USD สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets