ในช่วงที่ตลาดถูกเทขาย หุ้นของบริษัทต่าง ๆ มักร่วงไปพร้อมกัน; หุ้นคุณภาพโดดเด่นด้วยปัจจัยพื้นฐาน ไม่ใช่แค่อ่อนแอด้านราคา

by VT Markets
/
Mar 27, 2026
ในช่วงที่ตลาดถูกขายหนัก ราคามักจะตกลงพร้อม ๆ กันเกือบทุกตัว ดังนั้นการ “คัดกรองหุ้น” (screening: การใช้เงื่อนไขกรองข้อมูลเพื่อหาหุ้นที่ตรงเกณฑ์) จะช่วยแยก “ราคาที่อ่อนแอ” ออกจาก “ธุรกิจที่อ่อนแอ” เป้าหมายคือหาบริษัทที่ยังโตได้ รักษา “อัตรากำไร” (margin: สัดส่วนกำไรต่อยอดขาย) สร้าง “เงินสด” (cash flow: เงินสดที่กิจการสร้างได้จริง) และหาเงินมาดำเนินงานได้โดยไม่ตึงมือ การคัดกรองนี้เริ่มจากหุ้นขนาดใหญ่ที่ซื้อขายคล่อง (liquid shares: หุ้นที่ซื้อขายได้ง่าย มีคนซื้อขายมาก) ได้แก่ บริษัทจดทะเบียนในสหรัฐที่มี “มูลค่าตลาด” (market value/market cap: มูลค่ารวมของหุ้นทั้งหมดตามราคาตลาด) มากกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ และบริษัทในยุโรปตะวันตก เอเชีย และแคนาดาที่มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ จากนั้นกรองต่อด้วยเงื่อนไข “ราคาห่างจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์” (52-week high change: เปอร์เซ็นต์ที่ราคาปัจจุบันต่ำกว่าจุดสูงสุดของ 52 สัปดาห์) ต่ำกว่า 20 และ “อัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของรายได้ 5 ปี” (5-year revenue CAGR: ค่าเฉลี่ยการโตต่อปีแบบทบต้นของรายได้ใน 5 ปี) มากกว่า 10

ตัวกรองคุณภาพและงบดุล

ต้องมี “อัตรากำไรจากการดำเนินงาน” (operating margin: กำไรจากการทำธุรกิจหลักหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน เทียบกับยอดขาย) มากกว่า 20, “ผลตอบแทนต่อเงินลงทุน” (ROIC: return on invested capital คือผลตอบแทนที่บริษัททำได้จากเงินทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน) มากกว่า 10 และ “ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญ” (ROE: return on common equity คือกำไรเทียบกับเงินของผู้ถือหุ้นสามัญ) มากกว่า 15 นอกจากนี้กำหนด “ผลตอบแทนกระแสเงินสดอิสระ” (free cash flow yield: กระแสเงินสดอิสระต่อมูลค่าบริษัท/มูลค่าตลาด ใช้วัดว่าเงินสดที่เหลือจริง ๆ เทียบกับราคาแพงหรือถูก) มากกว่า 2% (สหรัฐ) และมากกว่า 4% (นอกสหรัฐ) รวมถึง “หนี้สุทธิต่อ EBITDA” (net debt to EBITDA: หนี้หลังหักเงินสด เทียบกับ EBITDA ซึ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ใช้วัดภาระหนี้เทียบกับกำลังทำกำไร) ต่ำกว่า 2 เงื่อนไขด้านมูลค่าเพิ่มคือ “P/E คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า” (forward 12-month P/E: ราคาหุ้นเทียบกับกำไรที่คาดใน 12 เดือนข้างหน้า) ต่ำกว่า 25 และ “PEG คาดการณ์ 12 เดือนข้างหน้า” (forward 12-month PEG: P/E หารด้วยอัตราการเติบโตของกำไรที่คาด ใช้วัดว่าแพงเมื่อเทียบกับการโตหรือไม่) ต่ำกว่า 1.5 ฝั่งสหรัฐเหลือ 8 ชื่อ: Nvidia, Microsoft, Meta Platforms, Micron Technology, AppLovin, Newmont, Adobe, และ Autodesk ฝั่งนอกสหรัฐเหลือ 10 ชื่อ: Novo Nordisk, Zijin Mining Group, Barrick Mining, Pop Mart International, Experian, Kinross Gold, Pan American Silver, Evolution Mining, Genmab, และ Endeavour Mining ผลลัพธ์เป็น “รายชื่อสั้น” เพื่อไปศึกษาต่อ ไม่ใช่เครื่องมือตัดสินใจซื้อขาย

การใช้ความผันผวนเพื่อแสดงมุมมอง

บริษัทอย่าง Nvidia และ Microsoft มี “ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน” (implied volatility: ค่าที่สะท้อนว่าตลาดคาดว่าราคาหุ้นจะเหวี่ยงมากแค่ไหน) สูงขึ้นตามตลาด ทำให้การขาย “พรีเมียมออปชัน” (options premium: เงินที่ผู้ขายออปชันได้รับ) น่าสนใจขึ้น เราเห็นแล้วว่าบริษัทเหล่านี้รักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงกว่า 20% ได้ตลอดช่วงตลาดพักฐานปี 2025 (consolidation: ช่วงราคาหรือผลประกอบการแกว่งในกรอบ) จึงมีเหตุผลให้มั่นใจมากขึ้นในตอนนี้ การขาย “พุทที่มีเงินค้ำเต็มจำนวน” (cash-secured puts: ขายสิทธิขายโดยกันเงินสดไว้พอสำหรับซื้อหุ้นหากถูกใช้สิทธิ) อาจเป็นวิธีรับพรีเมียม หรือได้ซื้อสินทรัพย์คุณภาพในราคาถูกลง หากตลาดลงต่อ ประเด็นสำคัญคือโฟกัส “ความแข็งแรงเมื่อเทียบกับตลาดหรือหุ้นอื่น” (relative strength: หุ้นที่อ่อนน้อยกว่าหรือดีดได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาด/กลุ่ม) ไม่ใช่พยายามเดาจุดต่ำสุดของตลาด ข้อมูลช่วงตลาดลงหนักปี 2022 ชี้ว่าบริษัทที่มีผลตอบแทนต่อเงินลงทุนสูงและหนี้ต่ำ ร่วงน้อยกว่าดัชนี Nasdaq 100 (ดัชนีหุ้นเทคขนาดใหญ่ในสหรัฐ) อย่างมีนัยสำคัญ นั่นสื่อว่าการใช้ออปชันเพื่อเดิมพันว่าหุ้นคุณภาพเหล่านี้จะทำได้ดีกว่าหุ้นอ่อนแอหรือดัชนี อาจเหมาะสมกว่า รายชื่อนอกสหรัฐสะท้อน “คุณภาพคนละแบบ” เช่น Novo Nordisk และ Barrick Gold เมื่อ “เงินเฟ้อที่ประกาศเดือนกุมภาพันธ์ 2026” (inflation print: ตัวเลขเงินเฟ้อที่รายงานจริง) ออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.8% ก็ยิ่งมีเหตุผลในการถือธุรกิจที่มี “อำนาจตั้งราคา” (pricing power: ขึ้นราคาได้โดยลูกค้ายังยอมซื้อ) หรือเกี่ยวข้องกับ “สินทรัพย์จริง” (hard assets: สินทรัพย์จับต้องได้ เช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์) “คอลออปชัน” (call options: สิทธิในการซื้อหุ้น/สินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด) ของหุ้นเหมืองทองอาจช่วย “ป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ลดความเสียหายเมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามคาด) ได้ หากความกังวลเงินเฟ้อยังผลักให้ตลาดถูกขายต่อไป ต้องให้ความสำคัญกับตัวกรองงบดุล โดยคุมหนี้สุทธิต่อ EBITDA ให้ต่ำกว่า 2 การ “เข้มงวดด้านสินเชื่อ” (credit tightening: ธนาคารกลางทำให้การกู้ยากขึ้น/ดอกเบี้ยสูงขึ้น) ล่าสุดทำให้บริษัทที่กู้หนักมีความเสี่ยง “ตึงตัวด้านเงินทุน” (financing stress: หาเงินกู้ต่อหรือจ่ายดอกเบี้ยยาก) สูงกว่า จึงไม่เหมาะกับการถือฝั่งซื้อระยะยาว และอาจเหมาะเป็นเป้าสำหรับกลยุทธ์ออปชันที่มองลง (bearish option strategies: กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาลง) แม้เป็นหุ้นคุณภาพ ก็ต้องเคร่งครัดเรื่องมูลค่า นี่คือเหตุผลที่ตัวกรอง forward P/E สำคัญ การขายพุทบนหุ้นคุณภาพจะเสี่ยงน้อยลง หากมูลค่าหุ้นถูกกดลงจากจุดสูงสุดมามากแล้ว เราไม่ได้มองหาหุ้นที่ร่วงหนักที่สุด แต่ต้องการธุรกิจที่แข็งแรงและตอนนี้ราคาอยู่ในระดับสมเหตุสมผลมากขึ้น สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code