ความเสี่ยงด้านพลังงานของญี่ปุ่นและความเสี่ยงการแทรกแซง
ญี่ปุ่นได้รับผลกระทบมาก เพราะราว 95% ของการนำเข้าน้ำมันดิบมาจากตะวันออกกลาง Reuters รายงานว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นกำลังพิจารณาแทรกแซงในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน (สัญญาซื้อขายล่วงหน้า: ตกลงซื้อขายกันล่วงหน้าตามราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75% เมื่อ 19 มีนาคม แบบสำรวจของ Bloomberg ระบุว่า 37% ของนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนเมษายน เพิ่มจาก 17% เมื่อสองเดือนก่อน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 2 ปี (ผลตอบแทน: ดอกเบี้ยที่ตลาดต้องการ) แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1996 ธนาคารกลางสหรัฐฯ คงดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50% ถึง 3.75% เมื่อ 18 มีนาคม โดย dot plot (กราฟสรุปมุมมองดอกเบี้ยของกรรมการเฟด) ชี้ว่าปีนี้อาจลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง และประมาณการ core PCE (เงินเฟ้อพื้นฐานตามการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล: ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนออก) ปี 2026 ถูกปรับขึ้นเป็น 2.7% ขณะที่วันศุกร์จะมีข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมหาวิทยาลัยมิชิแกน และคาดการณ์เงินเฟ้อ 1 ปี (มุมมองเงินเฟ้อใน 1 ปีข้างหน้า) ที่กำลังจะประกาศผลเชิงกลยุทธ์ต่อเงินเยนและความผันผวน
หลายอย่างเปลี่ยนไปหลังหน่วยงานญี่ปุ่นเข้ามาช่วยพยุงเงินเยนเมื่อปีก่อน ตอนนี้ USD/JPY ซื้อขายแถว 153.50 ต่ำกว่าจุดสูงมาก เพราะความตึงเครียดในตะวันออกกลางลดลง และวิกฤตราคาพลังงานระยะสั้นผ่านไปแล้ว ข้อมูลล่าสุดจาก U.S. Energy Information Administration (หน่วยงานข้อมูลพลังงานของสหรัฐฯ) ชี้ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทรงตัว โดยเฉลี่ยราว 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนนี้ ลดแรงกดดันหลักต่อเงินเยนลงมาก ภาพนโยบายการเงินก็เปลี่ยนไปมาก ทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ย (ความต่างระหว่างดอกเบี้ยสองประเทศ) ที่เคยหนุนเงินดอลลาร์แคบลง เราเห็นธนาคารกลางญี่ปุ่นค่อยๆ เดินหน้าเข้าสู่ภาวะปกติ (นโยบายกลับไปใกล้ระดับปกติหลังช่วงผ่อนคลาย) โดยดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.00% ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดดอกเบี้ยมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ทำให้อัตราดอกเบี้ยเป้าหมาย fed funds อยู่ในกรอบ 3.00% ถึง 3.25% (fed funds: ดอกเบี้ยหลักของสหรัฐฯ) ในสภาพแวดล้อมใหม่นี้ เรามองว่ากลยุทธ์ขายความผันผวน (ขายออปชันเพื่อรับพรีเมียม โดยหวังว่าราคาจะไม่แกว่งแรง) น่าสนใจในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อความเสี่ยงการแทรกแซงใกล้ๆ ลดลง และทิศทางนโยบายของธนาคารกลางเริ่มไปทางเดียวกัน ความผันผวนรุนแรงแบบปี 2025 น่าจะผ่านไปแล้ว เรามองการขาย USD/JPY strangle (กลยุทธ์ออปชัน: ขาย put และขาย call ที่คนละราคา เพื่อรับพรีเมียมหากราคาแกว่งอยู่ในกรอบ) ที่ราคาใช้สิทธิ (strike: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) แถว 150.00 และ 156.00 เพราะความผันผวนโดยนัย 1 เดือน (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดสะท้อนผ่านราคาออปชัน) ลดจากมากกว่า 14% ปีก่อน เหลือต่ำกว่า 9% ตอนนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการมุมมองไปทางเดียว การวางตำแหน่งให้เยนแข็งค่าต่อดูเหมาะสม เพราะการทำ carry trade ฝั่งถือดอลลาร์ (กลยุทธ์กู้สกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนสกุลที่ดอกเบี้ยสูง) กำลังถูกลด/ปิดสถานะต่อเนื่อง การซื้อ USD/JPY puts (put: ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาอ่อนลง) ที่ strike 150.00 สำหรับหมดอายุปลายเมษายนหรือพฤษภาคม เป็นวิธีจำกัดความเสี่ยง (ความเสี่ยงจำกัด: ขาดทุนสูงสุดรู้ได้ล่วงหน้าเท่าพรีเมียม) เพื่อเกาะเทรนด์นี้ ปัจจัยพื้นฐานที่เคยดันไปถึง 160.00 เปลี่ยนทิศแล้ว แนวทางที่ละเอียดขึ้นคือทำ bearish risk reversal (โครงสร้างออปชัน: ซื้อ put และใช้เงินจากการขาย call ที่อยู่นอกกรอบราคา เพื่อช่วยจ่ายค่า premium) โดยซื้อ USD/JPY put และนำเงินมาจากการขาย call ที่อยู่นอกกรอบ (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิอยู่ไกลจากราคาตลาด) วิธีนี้ช่วยวางตำแหน่งสำหรับการลดลงแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยต้นทุนต่ำหรืออาจเป็นศูนย์ โครงสร้างนี้ได้ประโยชน์จากความรู้สึกตลาดที่เปลี่ยนไป ซึ่งตอนนี้มองความเสี่ยงขาลงมากกว่าการกลับไปใกล้จุดสูงของปี 2025
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets