ผลต่อแนวโน้มนโยบายของ Fed
ข้อมูลนี้ออกมาในช่วงที่ตัดสินใจยาก โดยเฉพาะหลังรายงาน CPI ล่าสุดที่ยังสะท้อนว่าเงินเฟ้อยัง “เหนียว” ที่ 2.9% (หมายถึงลดลงช้าและยังอยู่สูงกว่าที่อยากเห็น) จึงเป็นอีกเหตุผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) มีแนวโน้มเลื่อนการลดดอกเบี้ยออกไปจากที่เคยคาดไว้ช่วงหน้าร้อน ดังนั้นควรระวังการถือสถานะที่พึ่งพาการที่ดอกเบี้ยระยะสั้นจะลดลงในอีกไม่กี่สัปดาห์ เราเคยเห็นรูปแบบคล้ายกันในครึ่งหลังของปี 2024 คือข้อมูลเศรษฐกิจที่ค่อนข้างนิ่งทำให้ไทม์ไลน์การลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป ช่วงนั้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี (2-year Treasury yield: ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการถือพันธบัตรอายุ 2 ปี) ทรงตัวแถว 4.2% และกดดันหุ้นเติบโต (growth stocks: หุ้นที่ราคามักขึ้นอยู่กับการคาดหวังการเติบโตในอนาคต) เราอาจเห็นนักเทรดเริ่มลดโอกาส “ลดดอกเบี้ยกลางปี” ลง ซึ่งจะกดให้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (front-end bond yields: ผลตอบแทนของพันธบัตรอายุสั้น เช่น 1–3 ปี) มีแรงดันให้สูงขึ้นอีก สำหรับอนุพันธ์บนดัชนีหุ้น (equity index derivatives: สัญญาซื้อขายอ้างอิงดัชนีหุ้น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาพออกมาแบบก้ำกึ่ง และอาจจำกัดด้านบวก เพราะความกังวลเรื่องดอกเบี้ยยังอยู่ ขณะเดียวกันข้อมูลนี้ไม่ได้ชี้ถึง “ช็อกเศรษฐกิจ” ครั้งใหญ่ จึงอาจทำให้ความผันผวนที่ตลาดคาดไว้ (implied volatility: ความผันผวนที่ราคาสัญญาออปชันสะท้อนออกมา ไม่ใช่ความผันผวนที่เกิดขึ้นจริง) ค่อยๆ ลดลง สภาพแวดล้อมแบบนี้อาจเหมาะกับการขายพรีเมียม (selling premium: กลยุทธ์ขายออปชันเพื่อรับค่าเบี้ย) ด้วยกลยุทธ์อย่าง iron condor บน SPX (SPX: ดัชนี S&P 500; iron condor: ชุดกลยุทธ์ออปชัน 4 ขา ที่มักใช้เมื่อคาดว่าราคาแกว่งในกรอบ) โดยใช้ประโยชน์จากการแกว่งตัวในกรอบ (range-bound trading: ราคาเคลื่อนไหวขึ้นลงในช่วงแคบ ไม่เป็นเทรนด์ชัด)ข้อควรพิจารณาเรื่องการวางสถานะออปชัน
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets