ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน
ข้อมูล continuing jobless claims ล่าสุดที่ 1.819 ล้านคน แสดงว่าตลาดแรงงานยังแข็งแรงกว่าที่เราคาดไว้ ความอึดของตลาดแรงงานบอกว่าเศรษฐกิจโดยรวมยังดี และทำให้แนวคิดที่ว่าเศรษฐกิจกำลังจะชะลอเร็ว ๆ นี้ดูไม่ชัดเจน ความแข็งแรงที่เกินคาดนี้ทำให้เราต้องทบทวนมุมมองต่อแนวทางของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ เช่น อัตราดอกเบี้ย) ตลาดแรงงานที่ตึงตัว (tight labor market: หางานง่าย คนว่างงานน้อย นายจ้างแย่งคน) ทำให้กังวลว่า “ค่าแรง” จะปรับขึ้นเร็ว (wage inflation: ค่าแรงเพิ่มจนดันต้นทุนและราคา) ซึ่งอาจทำให้ Fed เลื่อนการ “ลดดอกเบี้ย” ออกไป ขณะนี้ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ยเดือนมิถุนายน ตามข้อมูลจาก CME futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาด CME: เครื่องมือที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยของตลาด) ลดจากมากกว่า 70% เหลือราว 55% หลังการประกาศข้อมูลครั้งนี้ การเปลี่ยนความคาดหวังนี้เป็นปัจจัยสำคัญต่อการตั้งราคา “อนุพันธ์” (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ออปชัน/ฟิวเจอร์ส) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ควรระวัง เพราะบรรยากาศคล้ายช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2025 ตอนนั้นรายงานเศรษฐกิจหลายชุดออกมาดี ทำให้ตลาดเลื่อนเวลาคาดการณ์การลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ “ผลตอบแทนพันธบัตร” พุ่ง (bond yields: อัตราผลตอบแทนจากการถือพันธบัตร) และหุ้น “กลุ่มเติบโต” ถูกขายลงแรง (growth-oriented equities: หุ้นที่คาดหวังการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยี) ประวัติศาสตร์บอกว่าตลาดอาจผันผวนขึ้นเมื่อกำลังปรับตัวกับข้อมูลใหม่ ความไม่แน่นอนนี้ทำให้คาดว่าความผันผวนจะสูงขึ้น โดยเฉพาะใกล้วันประกาศเงินเฟ้อครั้งถัดไปและการประชุม Fed ดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวน: ตัวชี้ความกลัวของตลาดจากราคาออปชัน) ที่ก่อนหน้านี้ต่ำกว่า 14 อาจเริ่มทรงตัวและมีโอกาสขึ้นไปทดสอบช่วง 17–18 เมื่อผู้ลงทุนซื้อ “การป้องกันความเสี่ยง” (protection/hedge: ทำธุรกรรมเพื่อลดความเสี่ยง) อาจพิจารณาซื้อ straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ออปชัน: ซื้อทั้งสิทธิซื้อและสิทธิขาย เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาวิ่งแรง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) บนดัชนีหลัก เพื่อรับโอกาสจากการแกว่งตัวที่เพิ่มขึ้น สำหรับการวางสถานะลงทุน ภาคส่วนที่ไวต่อดอกเบี้ย (rate-sensitive sectors: กลุ่มที่ได้รับผลจากดอกเบี้ยชัด เช่น เทคโนโลยี อสังหาฯ) จะยากขึ้น อาจพิจารณาซื้อ put (ออปชันขาย: ได้กำไรเมื่อราคาลดลง) หรือทำ bear call spread (สเปรดขาลงด้วยคอล: ขายคอลใกล้และซื้อคอลไกล เพื่อหวังตลาดไม่ขึ้นมาก) บน ETF ที่เน้นหุ้นเทค ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคที่ยังแข็งแรงเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มสินค้า/บริการที่ไม่จำเป็น (consumer discretionary: หุ้นที่คนมักซื้อเมื่อเศรษฐกิจดี เช่น ค้าปลีก ท่องเที่ยว) ทำให้ bull put spread (สเปรดขาขึ้นด้วยพุต: ขายพุตใกล้และซื้อพุตไกล เพื่อหวังราคายืนเหนือระดับหนึ่ง) ในหุ้นค้าปลีกและท่องเที่ยวดูน่าสนใจขึ้นโฟกัสที่ CPI
รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI หรือดัชนีวัดการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ ใช้วัดเงินเฟ้อ) ที่กำลังจะประกาศ มีความสำคัญมากขึ้นต่อทิศทางตลาด หากเงินเฟ้อออกมาสูงอีก จะยืนยันว่า Fed ต้องเข้มงวด (hawkish: เน้นคุมเงินเฟ้อ มักหมายถึงคงดอกเบี้ยสูง/ขึ้นดอกเบี้ย) และอาจกดดันตลาดต่อไป ควรเตรียมรับเหตุการณ์แบบ “ไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน” (binary event: ผลลัพธ์มีแนวโน้มทำให้ตลาดตอบสนองแรง) เพราะจะเป็นตัวตัดสินว่าความกังวลใหม่ของตลาดถูกต้องหรือไม่ หรือจะทำให้ตลาดคลายกังวลได้มาก
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets