วิธีคำนวณราคาในประเทศ
FXStreet คำนวณราคาทองคำภายในประเทศโดยแปลงจากราคาทองคำโลกด้วยอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐ/รูปีปากีสถาน (USD/PKR) และปรับเป็นหน่วยที่ใช้ในท้องถิ่น ตัวเลขจะอัปเดตทุกวัน ณ เวลาที่เผยแพร่ ใช้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น โดยราคาจริงในตลาดท้องถิ่นอาจต่างกันเล็กน้อย ธนาคารกลาง (หน่วยงานรัฐที่ดูแลนโยบายการเงินและเงินตราของประเทศ) เป็นผู้ถือทองคำรายใหญ่ที่สุด ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council: องค์กรที่รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดทองคำ) ระบุว่าในปี 2022 ธนาคารกลางซื้อทองเพิ่ม 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นยอดรวมรายปีสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก ราคาทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: ตราสารหนี้ที่รัฐบาลสหรัฐออกเพื่อกู้เงิน) และอาจเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ราคายังอาจตอบสนองต่อเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย โดยทองคำมักอ้างอิงราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ (XAU/USD: สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบดอลลาร์)มุมมองตลาดและกลยุทธ์
กิจกรรมการซื้อของธนาคารกลางยังช่วยพยุงราคาอย่างมาก ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เห็นต่อเนื่องมาหลายปี ข้อมูลจากสภาทองคำโลกชี้ว่าในปี 2025 ธนาคารกลางรวมกันซื้อทองเกิน 1,000 ตันอีกครั้ง สะท้อนแนวทางลดการพึ่งพาหนี้รัฐบาล (sovereign debt: พันธบัตร/หนี้ที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ออก) การซื้ออย่างต่อเนื่องนี้บ่งชี้ว่าเมื่อราคาปรับลงแรง มักจะมีแรงซื้อจากสถาบันขนาดใหญ่เข้ามารองรับ ความไม่แน่นอนเรื่องอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญต่อผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) หลังการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องตลอดปี 2025 การ “หยุดไว้ชั่วคราว” ของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: ธนาคารกลางของสหรัฐ) ทำให้ตลาดคาดเดาก้าวต่อไปยาก จึงทำให้ทองคำดูน่าสนใจในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกผล (non-yielding: ไม่จ่ายดอกเบี้ย/เงินปันผล) การที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index: CPI ตัวชี้วัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพิ่มเล็กน้อยเป็น 3.1% ยิ่งเพิ่มการคาดเดาเรื่องนโยบายในอนาคต ความไม่แน่นอนนี้สร้างโอกาสในตลาดออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิ์ซื้อหรือขายในราคาที่กำหนด) เพราะความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ค่าความผันผวนที่ตลาด “คาด” จากราคาออปชัน) ของทองคำเพิ่มขึ้น ดัชนี Gold VIX (GVZ: ตัวชี้วัดความผันผวนที่คาดของทองคำ) ซื้อขายใกล้ระดับ 19 เพิ่มจากระดับต่ำราว 14 ที่เห็นช่วงปลายปีก่อน ผู้เทรดอาจพิจารณากลยุทธ์อย่างลองสตรัดเดิลหรือสตรังเกิล (long straddle/strangle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลง เพื่อหวังกำไรเมื่อราคาเหวี่ยงแรง ไม่ว่าทิศทางไหน) เพื่อรับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวแรงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า สำหรับผู้ที่มีมุมมองชัดเจนเรื่องทิศทาง ภาพพื้นฐานยังดูเอื้อฝั่งขาขึ้น ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index: DXY ตัวชี้วัดความแข็ง/อ่อนของดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงิน) พยายามยืนเหนือระดับ 98 ได้ยาก และหากอ่อนต่ออาจหนุนทองให้ขึ้นต่อ การซื้อคอลออปชัน (call options: สิทธิ์ซื้อเพื่อเก็งว่าราคาจะขึ้น) หรือทำสเปรดคอลขาขึ้น (bull call spread: ซื้อคอลราคาใช้สิทธิหนึ่งและขายคอลที่สูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและจำกัดความเสี่ยง) เป็นวิธีใช้เงินทุนมีประสิทธิภาพเพื่อรับโอกาสขาขึ้นพร้อมกำหนดความเสี่ยง เรายังเห็นความสัมพันธ์สวนทางของทองกับหุ้นเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง เมื่อดัชนีหุ้นหลักทดสอบจุดสูงสุดใหม่หลังฟื้นตัวแรงในปี 2025 การใช้ฟิวเจอร์สหรือออปชันทองคำเป็นการป้องกันพอร์ต (hedge: ทำเพื่อลดผลกระทบหากสินทรัพย์อื่นร่วง) ถือว่าเหมาะสม หากสินทรัพย์เสี่ยงปรับลง มักเกิดการย้ายเงินเข้าทรัพย์สินปลอดภัย (flight to safety: เงินไหลไปสินทรัพย์ที่เสี่ยงต่ำ) ซึ่งเป็นผลดีต่อสถานะในทองคำ สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets