สัญญาณขัดแย้งทำให้ตลาดยังตึงเครียด
อิหร่านเสนอแผน 5 ข้อแทน ซึ่งรวมถึงการควบคุมอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) ข้อความที่ขัดแย้งกันจากสหรัฐและอิหร่านทำให้นักลงทุนระมัดระวัง และยังทำให้ตลาดการเงินผันผวนต่อเนื่อง สหรัฐยังสั่งส่งทหารหลายพันนายไปตะวันออกกลาง ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นไปได้ของการบุกภาคพื้นดิน เงินเผชิญแรงขายหนักในเดือนนี้ เพราะราคาพลังงานเพิ่มขึ้นจากความปั่นป่วนที่เชื่อมโยงกับสงครามอิหร่าน ทำให้กังวลเงินเฟ้อมากขึ้น และผลักดันให้ธนาคารกลางหลัก ๆ มีท่าที “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อ) TD Securities ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: หน่วยงานกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ) เจอสัญญาณปะปนจากแรงกระแทกราคาน้ำมัน ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่สม่ำเสมอ โดยคาดว่าเฟดจะ “คงดอกเบี้ย” ระยะใกล้ (stay on hold: ยังไม่เปลี่ยนดอกเบี้ย) และอาจลดดอกเบี้ยปลายปี 2026 หากเงื่อนไขเอื้อ สถานการณ์การเจรจาสหรัฐ-อิหร่านทำให้เงินเผชิญผลลัพธ์แบบ “ได้อย่างเสียอย่าง” (binary outcome: มีสองทางหลัก ๆ) กลายเป็นสนามให้เทรดเดอร์ออปชัน (options traders: ผู้ซื้อขายสัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในอนาคต) เราเห็นว่าราคาเงินที่ราว 71.50 ดอลลาร์ผูกกับความรู้สึกของตลาดน้ำมันและโอกาสลดความตึงเครียด ประเด็นสำคัญคือมีโอกาสแกว่งแรง แต่ทิศทางไม่แน่นอนมาก ความตึงเครียดนี้เห็นชัดในตลาด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง) โดย “ความผันผวนโดยนัย” สูง (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ดัชนีความผันผวนของเงินของ CBOE (CBOE Silver Volatility Index: VXSLV เป็นดัชนีวัดความผันผวนที่คาดไว้จากออปชันเงิน) ซื้อขายใกล้ระดับ 45 สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมาก สะท้อนว่าตลาดกำลังตั้งราคาว่าจะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ เราเห็นน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: น้ำมันดิบอ้างอิงสำคัญของโลก) อ่อนลงจากมากกว่า 155 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลมาแถว 115 จากความหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพ ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ราคาเงินเริ่มทรงตัวได้กลยุทธ์ออปชันสำหรับตลาดเงินที่ผันผวน
เมื่อเป็นแบบนี้ เทรดเดอร์ควรพิจารณา “ซื้อความผันผวน” มากกว่าทายทิศทาง เช่น ทำ Long straddle หรือ strangle (กลยุทธ์ออปชันที่ได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรง โดย Straddle คือซื้อสิทธิซื้อและสิทธิขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน ส่วน Strangle ใช้ราคาใช้สิทธิต่างกัน) บนฟิวเจอร์สเงินหรือ ETF (ETF: กองทุนที่ซื้อขายเหมือนหุ้นและอิงดัชนี/สินทรัพย์) จะได้กำไรหากราคาทะลุออกแรง ไม่ว่าจะขึ้นจากข้อตกลงสันติภาพ หรือร่วงจากความขัดแย้งทางทหารที่ชัดเจน กลยุทธ์นี้ใช้ประโยชน์จาก “ความไม่แน่นอน” โดยไม่ต้องเดาว่าการเมืองระหว่างประเทศจะจบแบบไหน เราเคยเห็นว่าเงินเฟ้อที่พุ่งจากพลังงานในปี 2025 ทำให้ธนาคารกลางต้องเปลี่ยนไปท่าทีเข้มงวด ซึ่งกดดันโลหะมีค่า ตอนนี้ตลาดกำลังปรับราคาใหม่เร็ว โดยฟิวเจอร์สอัตราดอกเบี้ยนโยบายเฟด (Fed Funds futures: สัญญาที่สะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ยในอนาคต) ชี้ว่าโอกาสลดดอกเบี้ยภายในไตรมาส 3 อยู่ที่ 40% เพิ่มจาก 15% เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ความไวนี้บอกว่า ข่าวจากตะวันออกกลางจะส่งผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยทันที และกระทบราคาเงิน สำหรับผู้ที่มีมุมมองชัดเรื่องทิศทาง การใช้ Call spread หรือ Put spread (สเปรด: ซื้อออปชันหนึ่งตัวและขายอีกตัวเพื่อจำกัดความเสี่ยงและต้นทุน; Call spread ใช้เมื่อมองขึ้น, Put spread ใช้เมื่อมองลง) เป็นวิธีที่จำกัดความเสี่ยงในการเข้าร่วมการเคลื่อนไหว Bull call spread จะได้ประโยชน์หากราคาขึ้นจากข้อตกลงสันติภาพ ส่วน Bear put spread จะได้กำไรหากราคาหลุดลงเมื่อการเจรจาล้มเหลว วิธีนี้รอบคอบกว่าการเทรดราคาสปอต (spot price: ราคาซื้อขายปัจจุบัน) โดยตรง จนกว่าความไม่ชัดเจนทางภูมิรัฐศาสตร์จะเริ่มลดลง สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets