This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ไรอัน แม็คเคย์ แห่ง TD Securities ระบุว่า ตลาดน้ำมันตึงตัวขึ้น ขณะที่ข้อจำกัดในช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ และการลดกำลังการผลิตในอ่าวอาหรับเกิน 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน

by VT Markets
/
Mar 25, 2026
น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามราว 18 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปริมาณการไหลรวมลดลงราว 98% จากก่อนสงคราม ขณะที่การส่งออกของอิหร่านยังดำเนินต่อ และมีเรือบรรทุกน้ำมันบางลำผ่านได้โดยมีการชำระเงินและการประสานงาน การลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตในอ่าวอาหรับเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอาจเพิ่มขึ้นอีก ภายในสิ้นเดือน น้ำมันตะวันออกกลางอย่างน้อย 200 ล้านบาร์เรลอาจไม่ได้ถูกผลิต โดยขาดหายอย่างน้อย 70 ล้านบาร์เรลต่อสัปดาห์

การหยุดชะงักของอุปทานและข้อจำกัดการไหล

“คลังลอยน้ำ” (การกักเก็บน้ำมันไว้บนเรือบรรทุกที่จอดรอขายหรือรอขนถ่าย) นอกตะวันออกกลางลดลงได้ถึง 35% หรือ 33 ล้านบาร์เรลตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มขึ้น ในเอเชีย ปริมาณสำรองลอยน้ำส่วนเกินที่มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีถูกใช้หมดแล้ว ทำให้ในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปต้องพึ่ง “สต็อกบนบก” (น้ำมันสำรองในถังเก็บที่ท่าเรือ/คลัง) มากขึ้น หากการไหลของน้ำมันไม่กลับมา อัตราการปล่อยน้ำมันจาก “คลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์” ของ IEA (หน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศ) ประเมินใกล้ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน การปล่อยจากคลังสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (SPR) ครั้งแรก จัดสรร 45.2 ล้านบาร์เรลจาก 86 ล้านบาร์เรลที่อนุมัติ โดยรูปแบบการแลกเปลี่ยน และความเสี่ยงจาก “เส้นราคา” และ “ส่วนต่างราคา” จำกัดความต้องการ – “เส้นราคา” (futures curve) คือรูปทรงของราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามเดือนส่งมอบ – “ส่วนต่างราคา” (basis) คือส่วนต่างระหว่างราคาตลาดจริงกับราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ความสามารถในการเลี่ยงเส้นทางผ่านยานบูและฟูไจเราะห์ที่จำกัด ถูกมองว่าเป็นข้อจำกัดหากฮอร์มุซยังถูกจำกัดอยู่ คาดว่าราคาน้ำมันอ้างอิงจะพุ่งแรง เว้นแต่ฮอร์มุซจะกลับมาเปิดเร็ว ๆ นี้ เรากำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอุปทานรุนแรง โดยการลดกำลังการผลิตในอ่าวอาหรับมากกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน และช่องแคบฮอร์มุซแทบปิด สัญญาณชัดเจนคือแรงกดดันให้ราคาน้ำมันยังขึ้นต่อ เพราะน้ำมันอ้างอิงอย่างเบรนท์พุ่งเกิน 165 ดอลลาร์แล้วในการซื้อขายล่าสุด สถานการณ์นี้ทำให้การเปิดและถือ “สถานะขาขึ้นด้วยอนุพันธ์” (สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับราคาน้ำมัน เช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าและออปชัน) เป็นท่าทีที่เหมาะสมในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า

การจัดสถานะอนุพันธ์ในภาวะผันผวนสูง

กันชนจากคลังลอยน้ำถูกใช้ไปเกือบหมด ลดลงมากกว่า 35% ตั้งแต่เกิดวิกฤตนี้ ตอนนี้สต็อกบนบกเริ่มถูกดึงใช้ โดยข้อมูลล่าสุดของ EIA (หน่วยงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ) แสดงว่าสหรัฐฯ มีการลดลงรายสัปดาห์ 8 ล้านบาร์เรล สิ่งนี้ทำให้เกิด “ภาวะย้อนกลับของราคา” ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ราคาส่งมอบใกล้แพงกว่าส่งมอบไกล) ซึ่งเอื้อคนที่ถือ “สถานะซื้อ (Long)” ในสัญญาระยะใกล้ การประกาศปล่อยคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของ IEA ราว 3 ล้านบาร์เรลต่อวันยังทำให้ตลาดไม่สงบ เพราะชดเชยการขาดหายรายวันได้เพียงบางส่วน เราเห็นการตอบรับข้อเสนอแลกเปลี่ยนจาก SPR ของสหรัฐฯ จำกัด ส่วนหนึ่งเพราะปัญหาการขนส่งและการดำเนินงานที่ “ท่าเทียบเรือ/สถานีรับ-จ่ายน้ำมัน” ซึ่งแออัดอยู่แล้ว การขาดมาตรการที่ได้ผลทำให้ตลาดต้องรับแรงกระแทกจากอุปทานที่หายไปเต็ม ๆ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านราคาที่สูง การซื้อ “ออปชันคอล” (สิทธิในการซื้อในราคาที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด) บน WTI และ Brent เป็นกลยุทธ์หลักเพื่อรับโอกาสขาขึ้นและจำกัดความเสี่ยง ด้วยดัชนีความผันผวนของน้ำมันอย่าง OVX (ดัชนีที่สะท้อนความผันผวนที่ตลาดคาดจากราคาออปชัน) ซื้อขายเหนือ 80 ทำให้ออปชันมีราคาแพง หลายคนจึงใช้ “สเปรดคอลขาขึ้น” (ซื้อคอลราคาใช้สิทธิต่ำ และขายคอลราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุน) เพื่อลดค่าเข้า เราเคยเห็นความผันผวนเพิ่มขึ้นแบบคล้ายกันแต่เล็กกว่าช่วงการขนส่งทะเลแดงติดขัดในปี 2025 แต่รอบนี้รุนแรงกว่ามาก

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code