Pboc Governance And Influence
PBOC เป็นของรัฐในสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงไม่ใช่องค์กรอิสระ เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Party Committee Secretary: ผู้กำกับทิศทางตามโครงสร้างพรรคภายในหน่วยงาน) ที่ถูกเสนอชื่อโดยประธานคณะรัฐมนตรี (State Council: คณะรัฐบาลส่วนกลาง) มีอิทธิพลสูงต่อการบริหารและทิศทาง โดย Pan Gongsheng ดำรงทั้งตำแหน่งดังกล่าวและตำแหน่งผู้ว่าการ PBOC ใช้เครื่องมือนโยบายหลายแบบ ได้แก่ อัตรารีเวิร์สรีโป 7 วัน (seven-day reverse repo rate: อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลาง “ดูด/อัด” เงินระยะสั้นผ่านสัญญาซื้อคืน), เครื่องมือกู้ระยะกลาง (medium-term lending facility: ช่องทางปล่อยกู้ให้สถาบันการเงินช่วงหลายเดือน), การแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (foreign exchange interventions: การซื้อ/ขายเงินตราเพื่อพยุงค่าเงิน) และสัดส่วนการกันสำรอง (reserve requirement ratio: สัดส่วนเงินฝากที่ธนาคารต้องกันไว้เป็นสำรอง) อัตราอ้างอิงหลักของจีนคืออัตรา LPR (loan prime rate: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงสำหรับเงินกู้) ซึ่งกระทบต้นทุนกู้ยืม ดอกเบี้ยบ้าน อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวน (renminbi: ชื่อสกุลเงินของจีน โดย “หยวน” เป็นหน่วย) จีนมีธนาคารเอกชน 19 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนเล็กของระบบการเงิน โดย WeBank และ MYbank เป็นรายใหญ่ และกฎปี 2014 เปิดทางให้ผู้ให้กู้ในประเทศที่ใช้เงินทุนเอกชนสามารถทำงานในระบบที่รัฐนำได้ ธนาคารประชาชนจีนตั้งอัตรากลางเงินหยวน “แข็ง” กว่าที่ตลาดคาด ส่งสัญญาณชัดว่าต้องการพยุงค่าเงิน การทำเช่นนี้บอกว่าทางการไม่สบายใจกับแรงกดดันที่ทำให้ค่าเงินอ่อนลงในช่วงหลัง ควรมองเป็นการเตือนว่าไม่ควรรีบ “ชอร์ต” เงินหยวนแบบรุนแรง (shorting: วางเดิมพันว่าราคาจะลง โดยขายก่อนแล้วค่อยซื้อคืน) ในระยะใกล้Policy Divergence And Market Impact
การขยับครั้งนี้เกิดท่ามกลางความต่างของนโยบายกับสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐฯ) จะคงดอกเบี้ยสูงไว้นานกว่าเดิม เรานึกถึงการลด LPR อายุ 5 ปีอย่างมากในปลายปี 2025 ซึ่งทำเพื่อพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแรง และสะท้อนแนวโน้มผ่อนคลายของจีน ความขัดแย้งระหว่าง “ผ่อนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ” กับ “ป้องกันค่าเงิน” จะเป็นประเด็นหลักในช่วงสัปดาห์ต่อไป ข้อมูลล่าสุดช่วยย้ำภาพนี้ โดยดัชนีราคาผู้บริโภคของจีน (CPI: ตัวเลขเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค) เดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% เมื่อเทียบปีก่อน ทำให้ PBOC มีพื้นที่พอที่จะคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน การเติบโตของการส่งออกเดือนมกราคมเพียง 2.1% ต่ำกว่าคาด ตอกย้ำความจำเป็นของมาตรการพยุงเศรษฐกิจในประเทศ ข้อมูลในประเทศที่อ่อนแอนี้ตัดกับภาพ “โชว์ความแข็งแกร่งของค่าเงิน” จากธนาคารกลาง สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ออปชัน/สัญญาล่วงหน้า) สถานการณ์นี้เอื้อให้เกิดความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคา) การปะทะกันระหว่างพื้นฐานเศรษฐกิจที่อ่อนและการคุมค่าเงินอย่างหนักบอกว่า “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนจากราคาออปชัน) ในออปชัน USD/CNY อาจถูกประเมินต่ำ เรามองว่าการซื้อออปชัน เช่น สแตรดเดิล (straddle: ซื้อออปชันทั้ง Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน เพื่อได้ประโยชน์เมื่อราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลง) อาจเป็นวิธีที่รอบคอบเพื่อเตรียมรับการเบรกกรอบราคา จากสัญญาณที่ชัดของธนาคารกลาง การขายออปชัน Call USD/CNY ที่อยู่นอกเงิน (out-of-the-money: ราคาใช้สิทธิ “ไกล” จนยังไม่คุ้มใช้สิทธิ ณ ตอนนี้) และอายุสั้น อาจเป็นทางเลือกเพื่อรับค่าเบี้ย (premium: เงินที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) กลยุทธ์นี้คือเดิมพันว่า PBOC จะกดเพดานไม่ให้ดอลลาร์ขึ้นแรงเมื่อเทียบหยวนในระยะสั้น อย่างไรก็ดี “ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยถือครอง” (carry: กำไร/ขาดทุนจากส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินเมื่อถือสถานะ) จากการถือดอลลาร์สหรัฐยังเป็นธีมใหญ่ตลอดปี 2025 และจะยังดึงดูดผู้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เมื่อมองย้อนช่วงคล้ายกันในปี 2024 และ 2025 เราเห็น PBOC ใช้อัตรากลางรายวันอย่างต่อเนื่องเพื่อสู้กับมุมมองของตลาดและกันไม่ให้ค่าเงินร่วงแบบไร้ระเบียบ แนวทางในอดีตนี้บอกว่าจุดยืนปัจจุบันไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว เราคาดว่ารูปแบบการเข้าแทรกแซงจะยังเกิดต่อไป ทำให้ระยะสั้นดูนิ่งขึ้น แต่สะสมแรงตึงของตลาดไว้ข้างใน สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets