ข้อมูลสหรัฐและแรงหนุนจากสินทรัพย์ปลอดภัย
Composite PMI (PMI รวมหลายภาคส่วน) ลดลงมาอยู่ที่ 51.4 จาก 51.9 และ Services PMI (PMI ภาคบริการ) ลดลงมาอยู่ที่ 51.1 จาก 51.7 ทั้งคู่เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ภาคการผลิตแข็งแรงกว่า โดย Manufacturing PMI (PMI ภาคการผลิต) เพิ่มขึ้นเป็น 52.4 จาก 51.6 ข้อมูลสะท้อนเศรษฐกิจชะลอลงพร้อมต้นทุนเพิ่มขึ้น จากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (supply disruptions: การส่งมอบวัตถุดิบ/สินค้าไม่ต่อเนื่อง) ราคาน้ำมันที่สูงยังเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ และหนุนมุมมองว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจอยู่ระดับสูงนานขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Treasury yields: ดอกผลตอบแทนจากพันธบัตร) สูงขึ้น วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังพิจารณาทางเลือกทางทหารต่ออิหร่าน โดยทั้งสองประเทศระมัดระวัง และมีเงื่อนไขสูงสำหรับการเข้าร่วมโดยตรง ราคาน้ำมันดิบที่สูงช่วยหนุนดอลลาร์แคนาดาบางส่วน เพราะแคนาดาส่งออกน้ำมัน แต่ถูกจำกัดจากความแข็งของดอลลาร์สหรัฐและภาวะเลี่ยงความเสี่ยง (risk aversion: นักลงทุนลดการถือสินทรัพย์เสี่ยง) เมื่อมีข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐน้อยและไม่มีข้อมูลสำคัญจากแคนาดา คู่เงินนี้จึงน่าจะเคลื่อนไหวตามทิศทางดอลลาร์สหรัฐและข่าวภูมิรัฐศาสตร์มองย้อนกลับไปปลายปี 2025
เราจำได้ว่าตอนปลายปี 2025 USD/CAD ขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบ 2 เดือนแถว 1.3765 จากดอลลาร์สหรัฐพุ่งแรงเพราะความกลัวด้านภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจุบันคู่เงินซื้อขายใกล้ 1.3580 แสดงว่า “แรงบวกจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย” (safe-haven premium: ส่วนเพิ่มของราคา/ค่าเงินที่เกิดจากคนแห่หาความปลอดภัย) ลดลงแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ว่าความตื่นกลัวในตลาดลดลง ภาพเศรษฐกิจยังเปลี่ยนจากช่วง PMI ที่อ่อนในปี 2025 ล่าสุด S&P Global Composite PMI ของสหรัฐเพิ่มเป็น 52.2 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจทนทานกว่าที่กังวลช่วงความขัดแย้งตะวันออกกลางรุนแรง ทำให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินพึ่งปัจจัยเศรษฐกิจจริงมากกว่าความตื่นตระหนก นอกจากนี้ แนวคิด “สูงนาน” ของเฟด (Federal Reserve: ธนาคารกลางสหรัฐ; higher for longer: คงดอกเบี้ยสูงไว้นาน) เริ่มถูกตั้งคำถาม เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายเฟด (Fed Funds Rate: ดอกเบี้ยเป้าหมายระยะสั้นของสหรัฐ) อยู่ในช่วง 5.25%-5.50% มาหลายเดือน ตลาดจึงหันไปจับตาเวลาที่อาจเริ่มลดดอกเบี้ย มากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้โอกาสที่ดอลลาร์สหรัฐจะขึ้นแรงถูกจำกัดเมื่อเทียบกับปี 2025 ฝั่งแคนาดา แรงหนุนจากน้ำมันเด่นขึ้น ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate: น้ำมันมาตรฐานของสหรัฐ) ทรงตัวแถว 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยพยุงค่าเงินดอลลาร์แคนาดา (loonie: ชื่อเรียกดอลลาร์แคนาดา) จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ CAD ฟื้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักเทรดอนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาวะนี้ไม่เอื้อต่อการถือสถานะซื้อดอลลาร์สหรัฐเทียบ CAD แบบยาว ๆ ปัจจัยที่ดันคู่เงินขึ้นสูงในปี 2025 อ่อนลง ทำให้โอกาสเกิดซ้ำในระยะใกล้น้อยลง กลยุทธ์ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายที่ราคากำหนด) ที่เดิมพันว่าเคลื่อนไหวในกรอบ เช่น ขายสเตรนเกิล (selling strangles: ขายออปชันทั้ง Call และ Put คนละราคา เพื่อได้ค่าพรีเมียม หากราคาไม่วิ่งแรง) หรือไอออนคอนดอร์ (iron condors: กลยุทธ์ออปชันแบบจำกัดความเสี่ยง ใช้ Call/Put หลายขาเพื่อกินค่าพรีเมียมในกรอบ) อาจเหมาะกว่า ดังนั้น ความผันผวนโดยนัย (implied volatility: ความผันผวนที่ตลาดคาดในราคาออปชัน) อาจลดลงหากตลาดมองว่าสถานการณ์นิ่งขึ้น การขายออปชัน Call ของ USD/CAD ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญา) สูงกว่า 1.3700 อาจเป็นทางเลือก หากมองว่าจุดสูงปลายปี 2025 จะเป็นแนวต้านสำคัญ (resistance: ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก) กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์หากอัตราแลกเปลี่ยนไม่แกว่งแรงและเวลาผ่านไป (time decay: มูลค่าเวลาในออปชันลดลงเมื่อใกล้หมดอายุ)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets