This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

นักเศรษฐศาสตร์ของ DBS ระบุว่า การให้ความสำคัญกับเสถียรภาพของชินบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางเกาหลี (BoK) ไม่น่าจะคุมเข้มนโยบายการเงินในเร็ว ๆ นี้ ทำให้โอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเกาหลีใต้มีน้อย

by VT Markets
/
Mar 24, 2026
ประธานาธิบดี ยุน เสนอชื่อ ชิน ฮยอน-ซง เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ให้เป็นผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลี (Bank of Korea: ธนาคารกลางของเกาหลีใต้) คนถัดไป ชินจะสืบตำแหน่งต่อจาก รี ชาง-ยง เมื่อวาระสิ้นสุดวันที่ 20 เมษายน หลังจากเคยทำงานเป็นหัวหน้าแผนกการเงินและเศรษฐกิจ (Monetary and Economic Department: หน่วยงานที่วิเคราะห์นโยบายการเงินและเศรษฐกิจ) ที่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (Bank for International Settlements: องค์กรความร่วมมือของธนาคารกลางทั่วโลก) ตลาดกำลัง “ตั้งราคา” ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย (policy rate: ดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารกลางใช้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยในระบบ) 0.25% ภายใน 6 เดือนเป็น 2.75% และรวมราว 1.00% ภายใน 12 เดือนเป็น 3.50% บันทึกนี้ระบุว่าการคาดการณ์ดังกล่าวนำหน้าสภาพเศรษฐกิจจริง (macro conditions: ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เช่น เงินเฟ้อ การเติบโต การจ้างงาน) ทำให้มีโอกาสที่ดอกเบี้ยระยะสั้นของวอนเกาหลี (front-end KRW rates: อัตราดอกเบี้ยช่วงอายุสั้นมาก เช่น 1–12 เดือน ในสกุลวอน) และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (Korean Treasury Bond yields: อัตราผลตอบแทนจากการถือพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี) จะลดลง

โฟกัสการประชุมเดือนพฤษภาคม

ความสนใจอยู่ที่การประชุมนโยบายเดือนพฤษภาคม ซึ่งธนาคารกลางเกาหลีมีกำหนดเผยแพร่ประมาณการใหม่ และ “ดอตพล็อต” (dot plot: กราฟจุดสรุปมุมมองของกรรมการต่อระดับดอกเบี้ยในอนาคต) ทรัพย์สินเกาหลีใต้ถูกมองว่าไวต่อบรรยากาศความเสี่ยงของโลก (global risk sentiment: ความกล้ารับความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก) เงินวอนอ่อนค่าราว 5% นับจากต้นเดือน ทะลุ 1,500 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ ดัชนี KOSPI (ดัชนีหุ้นหลักของเกาหลีใต้) ลดลงมากกว่า 10% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิ (net equity outflows: เงินไหลออกสุทธิจากตลาดหุ้น) ราว 20.6 ล้านล้านวอน ใน 20 วันแรกของเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับการที่ตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ยแรงรวม 1.00% ในปีหน้า เรามองว่าตลาด “คาดผิด” ชัดเจน การเสนอชื่อชิน ฮยอน-ซง ถูกตีความว่า “สายเข้ม” (hawkish: มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อคุมเงินเฟ้อ) แต่การเน้นเสถียรภาพการเงิน (financial stability: ลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน เช่น หนี้ครัวเรือน/ภาคอสังหา/ธนาคาร) สะท้อนแนวทางที่ยืดหยุ่นกว่า ภาพรวมนี้ชี้ว่าความคาดหวังดอกเบี้ยของเกาหลีใต้อาจถูกปรับลง ผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives: สัญญาการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ดอกเบี้ย ค่าเงิน หุ้น) ควรพิจารณารับดอกเบี้ยคงที่ (receive fixed: กลยุทธ์ในสว็อปที่ “รับ” อัตราคงที่และ “จ่าย” อัตราลอยตัว มักได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะลดลง) ในสว็อปอัตราดอกเบี้ยวอนเกาหลีระยะสั้น (front-end KRW interest rate swaps: สัญญาแลกเปลี่ยนดอกเบี้ยในวอนช่วงอายุสั้น) หรือซื้อฟิวเจอร์สพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี (KTB futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงพันธบัตรรัฐบาลเกาหลี) กลยุทธ์นี้เดิมพันว่าตลาดประเมินการขึ้นดอกเบี้ยสูงเกินจริง และผลตอบแทนจะลดลง เมื่อมองกลับไปต้นปี 2025 เงินเฟ้อเริ่มชะลอเข้าใกล้เป้าหมาย 2% และ CPI ล่าสุดของเกาหลีใต้เดือนกุมภาพันธ์ 2026 (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ทรงตัวที่ 2.9% ทำให้เหตุผลทางเศรษฐกิจสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงดูไม่แข็งแรง

ตัวเร่งให้ตลาดปรับมุมมองดอกเบี้ย

ตัวเร่งสำคัญคือการประชุมเดือนพฤษภาคม เมื่อธนาคารกลางเกาหลีเผยแพร่ประมาณการและเส้นทางดอกเบี้ย เราคาดว่าประมาณการใหม่นี้จะสนับสนุนนโยบายที่สมดุลกว่า และทำให้ตลาดปรับ “ราคา” ดอกเบี้ยใหม่ (repricing: การที่ตลาดปรับการคาดการณ์จนราคาสินทรัพย์เปลี่ยน) ควรวางสถานะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อจับโอกาสนี้ การที่เงินวอนร่วงแรงทะลุ 1,500 ต่อดอลลาร์สหรัฐ มาจากความเสี่ยงระดับโลกมากกว่าความคาดหวังนโยบายในประเทศ ความอ่อนค่านี้คล้ายความผันผวนช่วงช็อกราคาพลังงานโลกปี 2022 เมื่อวอนอ่อนมากกว่า 15% เพราะเกาหลีพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง จากความตึงเครียดตะวันออกกลาง แรงกดดันจากภายนอกอาจยังอยู่ต่อไปไม่ว่าธนาคารกลางเกาหลีจะทำอะไร สำหรับผู้เทรดค่าเงิน แนวทางที่รอบคอบคือใช้ออปชัน (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ข้อบังคับ) การซื้อออปชันคอล USD/KRW (USD/KRW call options: สิทธิซื้อดอลลาร์/ขายวอนในอนาคต ได้ประโยชน์เมื่อวอนอ่อน) ช่วยได้ประโยชน์หากวอนอ่อนต่อจากปัจจัยโลก และจำกัดการขาดทุนหากค่าเงินนิ่ง ความผันผวนโดยนัยอยู่สูง (implied volatility: ความผันผวนที่สะท้อนในราคาของออปชันตามที่ตลาดคาด) ทำให้การขายออปชันเสี่ยง แต่โครงสร้างอย่างคอลสเปรด (call spreads: ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนและกำหนดความเสี่ยง/ผลตอบแทน) อาจเหมาะกว่า ฝั่งหุ้น การที่ KOSPI ลดลง 10% และเงินต่างชาติไหลออก 20.6 ล้านล้านวอนในเดือนนี้เป็นสัญญาณเสี่ยง ขนาดการไหลออกใกล้ 25 ล้านล้านวอนที่ต่างชาติขายตลอดทั้งปี 2022 บ่งชี้ว่านักลงทุนโลกกำลังลดการถือครองอย่างมาก เราคาดว่าแนวโน้มนี้จะต่อเนื่องตราบใดที่ความไม่แน่นอนโลกยังสูง ดังนั้นผู้เทรดควรใช้ออปชันดัชนี KOSPI 200 เพื่อป้องกันความเสี่ยง (hedge: ลดความเสียหายจากความผันผวนของราคา) การซื้อพุทออปชัน (put options: สิทธิขายในราคาและเวลาที่กำหนด ได้ประโยชน์เมื่อราคาลด) ช่วยคุ้มครองพอร์ตจากการปรับลงเพิ่มเติม การเก็งว่าตลาดจะเด้งกลับยังเร็วเกินไปจนกว่าจะเห็นเงินทุนต่างชาติเริ่มนิ่ง และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code