การวางสถานะเก็งกำไรและสัญญาณตลาด
สถานะ “ถือฝั่งซื้อสุทธิ” (เน็ตลอง: ถือสัญญาซื้อรวมมากกว่าสัญญาขาย) ของนักเก็งกำไรรายใหญ่ลดลงเล็กน้อย สะท้อนว่าความเชื่อมั่นว่าราคาทองจะขึ้นอ่อนลงเล็กน้อย อาจเกิดจากการขายทำกำไร หรือการเปิดสัญญาซื้อใหม่ลดลง เราเห็นภาพนี้หลังจากทองคำทดสอบแนวต้าน (ระดับราคาที่มักขึ้นต่อได้ยาก) แถว 2,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงการถือสถานะนี้สอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด เพราะรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI: ตัวเลขวัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคซื้อ) เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ออกมาที่ 2.9% ซึ่งยังคงลดลงอย่างช้าๆ ทำให้ทองคำดูน่าสนใจน้อยลงในฐานะ “เครื่องมือป้องกันเงินเฟ้อ” (สินทรัพย์ที่คนซื้อเพื่อกันความเสี่ยงจากราคาสินค้าขึ้น) ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (US Dollar Index: ดัชนีความแข็งแกร่งของดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก) แข็งขึ้นมาอยู่ที่ 105.20 ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อราคาทอง สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (ตราสารอนุพันธ์: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอ้างอิงจากสินทรัพย์ เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ช่วงนี้อาจเหมาะกับการปกป้องกำไรระยะยาวด้วยการซื้อพุต (Put option: สิทธิในการขายที่ราคาที่กำหนด) หรือทำพุตสเปรด (Put spread: กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อพุตและขายพุตอีกตัวเพื่อลดต้นทุน แต่จำกัดกำไร/คุ้มครองบางส่วน) เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลงหากราคาปรับฐานในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ค่าออปชันยังไม่แพงมาก เพราะความผันผวนโดยนัย (Implied volatility: ตัวเลขที่ตลาดใช้สะท้อนความคาดหวังความผันผวนในอนาคต และมีผลต่อราคาออปชัน) ยังไม่พุ่งขึ้นคัฟเวอร์คอลในตลาดแกว่งในกรอบ
ในสภาพแวดล้อมนี้ การขายคัฟเวอร์คอลนอกเงิน (Out-of-the-money covered call: ขายคอลออปชันที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่าราคาปัจจุบัน โดยมีทองคำที่ถืออยู่รองรับ) เทียบกับการถือทองเดิม อาจเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ วิธีนี้ช่วยสร้างรายได้จากพรีเมียม (premium: ค่าที่ผู้ซื้อออปชันจ่ายให้ผู้ขาย) ระหว่างที่ความรู้สึกตลาดเย็นลงเล็กน้อย และเหมือนกำหนดเป้าราคาที่พร้อมขาย โดยใช้ประโยชน์จากภาวะราคาแกว่งอยู่ในกรอบ (range-bound: ราคาไม่ไปไกลขึ้นหรือลง อยู่ในช่วงจำกัด)
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets