Market Focus Shifts To Supply Risk
ข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ก็ยังกดดันราคา EIA (หน่วยงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ ที่รายงานข้อมูลพลังงาน) รายงานว่า “ปริมาณคงคลัง” (สต็อกน้ำมันที่เก็บอยู่) เพิ่มขึ้น 6.156 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์สิ้นสุด 13 มีนาคม หลังจากเพิ่มขึ้น 3.824 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 400,000 บาร์เรล ตลาดจับตาความคืบหน้าที่อาจกระทบระยะเวลาและขอบเขตของความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่าการตอบโต้ต่อการโจมตีของอิสราเอลที่ South Pars (แหล่งก๊าซขนาดใหญ่ร่วมอิหร่าน–กาตาร์) “กำลังดำเนินอยู่และยังไม่จบ” ซึ่งอาจเพิ่ม “ความเสี่ยงด้านอุปทาน” (โอกาสที่ปริมาณน้ำมัน/ก๊าซในตลาดจะลดลง) และกระทบราคา WTI ระยะใกล้Options Strategies For An Unclear Direction
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ราคาจะพุ่งฉับพลันยังสูงมากจากความเสียหายจริงในอ่าวเปอร์เซีย และการขู่ว่าจะดำเนินการเพิ่มเติมของอิหร่าน เมื่อมองย้อนจากมุมปี 2025 เพียงนึกถึงเหตุโดรนโจมตีโรงงานในซาอุฯ ปี 2019 ก็เห็นได้ว่าปริมาณอุปทานหลายล้านบาร์เรลอาจหายไปจากระบบได้เร็วเพียงใด ดังนั้น การซื้อ “คอลออปชัน” (สิทธิในการซื้อที่ราคากำหนด) เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือ “คอลสเปรด” (กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิต่างกัน เพื่อลดต้นทุน) จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมเพื่อกันความเสี่ยงจากช็อกด้านอุปทานลักษณะนี้ เมื่อข้อมูลสต็อกที่เป็นลบต่อราคา (น้ำมันล้นตลาด) แข่งกับข่าวภูมิรัฐศาสตร์ที่หนุนราคา การเลือกทิศทางชัดเจนจึงเสี่ยง นี่เป็นรูปแบบที่มักใช้เล่น “ความผันผวน” ด้วยออปชัน กลยุทธ์อย่าง “ลองสแตรดเดิล” (ซื้อทั้งคอลและพุตออปชันพร้อมกัน โดยพุตคือสิทธิในการขายที่ราคากำหนด) อาจได้ผลหากราคาแกว่งแรงไม่ว่าขึ้นหรือลงในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets