ผลต่อแนวนโยบายของ ECB
เรามองว่าตลาดคาดการณ์การ “ลดดอกเบี้ย” (การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืม) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปี 2026 มากเกินไป ข้อมูลนี้อาจทำให้ ECB ต้องยืนท่าที “เข้มงวด” มากขึ้น (hawkish คือเน้นคุมเงินเฟ้อด้วยดอกเบี้ยสูง) และชะลอการผ่อนคลายนโยบาย (easing คือทำให้นโยบายการเงินตึงน้อยลง เช่น ลดดอกเบี้ย) ผู้เทรดควรพิจารณากลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์หากดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่สูงนานขึ้น เช่น การขายสัญญาฟิวเจอร์ส (futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ย EURIBOR (Euro Interbank Offered Rate คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงการกู้ยืมระหว่างธนาคารในยุโรป ใช้เป็นตัวตั้งราคาในสินเชื่อ/อนุพันธ์หลายประเภท) มุมมองนี้ทำให้แนวนโยบายต่างจากสหรัฐฯ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed) ส่งสัญญาณเรื่องการลดดอกเบี้ยมากกว่า หลังตัวเลขการจ้างงานอ่อนลง ซึ่งทำให้เงินยูโรดูน่าสนใจกว่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เรามองว่าอาจมีโอกาสจากการซื้อออปชันคอล EUR/USD ระยะสั้น (call options คือสิทธิในการซื้อคู่เงินที่ราคาที่กำหนด ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อได้ประโยชน์หากยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์) สำหรับหุ้น ต้นทุนแรงงานที่สูงต่อเนื่องจะกด “อัตรากำไร” ของบริษัท (profit margins คือส่วนต่างกำไรหลังหักต้นทุน) คล้ายกับแรงกดดันที่เคยเกิดขึ้นในปี 2023 ซึ่งอาจจำกัดการปรับขึ้นล่าสุดของดัชนีหุ้นยุโรป เช่น EURO STOXX 50 (ดัชนีหุ้นของบริษัทยุโรปขนาดใหญ่) การซื้อออปชันพุทบนดัชนี (put options คือสิทธิในการขาย เพื่อได้ประโยชน์หากราคาลดลง) อาจใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (hedge คือการลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของราคา) หากเกิดการปรับฐานของตลาดในไตรมาส 2ข้อพิจารณากลยุทธ์ตลาด
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets