ผลต่อการตั้งราคาในตลาดและความผันผวน
การคงไว้ที่ 0.75% เป็นสิ่งที่ตลาดคาดไว้มากอยู่แล้ว ทำให้ตลอดเดือนที่ผ่านมา “ตลาดตั้งราคาไปแล้ว” (คือราคาสินทรัพย์สะท้อนข้อมูลนี้ไว้ล่วงหน้า) ดังนั้น “ความผันผวนโดยนัยระยะสั้น” (ตัวเลขคาดการณ์ความแกว่งของราคาที่คำนวณจากราคาออปชัน) ของ “ตราสารอนุพันธ์” (สัญญาการเงินที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์อื่น) ที่อิงเงินเยนและดัชนีนิกเกอิ มีโอกาสลดลง การแกว่งตัวแรงแบบทันทีน่าจะผ่านไปแล้ว สำหรับนักเทรดค่าเงิน ตอนนี้ประเด็นเปลี่ยนจาก “จะขึ้นดอกเบี้ยไหม” ไปเป็น “จะขึ้นอีกกี่ครั้ง” จากข้อมูลล่าสุดที่ชี้ว่า “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (อัตราเงินเฟ้อที่ตัดราคาที่ผันผวนมาก เช่น อาหารและพลังงาน ออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) อยู่ที่ 2.1% และเงินเยนแข็งค่ามาที่ระดับ 138 ต่อดอลลาร์ กลยุทธ์หนึ่งคือขาย “คอลออปชันนอกเงิน” ของ USD/JPY (คอลออปชันคือสิทธิซื้อ; นอกเงินหมายถึงราคาใช้สิทธิยังไม่คุ้มที่จะใช้ในตอนนี้) เพื่อรับ “พรีเมียม” (ค่าเบี้ย/เงินที่ได้จากการขายออปชัน) กลยุทธ์นี้ได้ประโยชน์ถ้าเงินเยนค่อย ๆ แข็งค่าต่อ หรือทรงตัว ฝั่งหุ้น การดำเนินการที่คาดเดาได้ของธนาคารกลางช่วยลดความไม่แน่นอน จึงเป็นบวกต่อดัชนีนิกเกอิ 225 เพราะยืนยันภาพเศรษฐกิจที่แข็งแรง โดยเฉพาะหลังผลเจรจาค่าจ้าง “ชุนโต” (การเจรจาค่าจ้างประจำปีของญี่ปุ่น) รอบสุดท้ายออกมาเพิ่มเฉลี่ย 4.5% สูงสุดในรอบหลายสิบปี ความนิ่งแบบนี้ทำให้พิจารณาซื้อ “คอลสเปรด” บนนิกเกอิ (กลยุทธ์ออปชันที่ซื้อคอลหนึ่งสัญญาและขายคอลอีกสัญญาที่ราคาใช้สิทธิสูงกว่า เพื่อลดต้นทุนแลกกับจำกัดกำไร) เพื่อวางตำแหน่งรับโอกาสขึ้นต่อเมื่อความไม่แน่นอนลดลง เรายังจำความผันผวนหนักตอนที่ BOJ ส่งสัญญาณชัดเจนครั้งแรกว่าจะยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบในปี 2025 ได้ การตัดสินใจวันนี้สะท้อนว่า “การกลับสู่ภาวะปกติ” (การปรับนโยบายจากผ่อนคลายมาก ๆ ไปสู่ระดับทั่วไป เช่น ดอกเบี้ยสูงขึ้น) กลายเป็นกระบวนการที่สื่อสารล่วงหน้า ไม่ใช่เรื่องช็อก กลยุทธ์ต่อไปคือใช้ออปชันเพื่อคาดทิศทาง “ความเร็วของการขึ้นดอกเบี้ย” ซึ่งจะขึ้นกับข้อมูลค่าจ้างและเงินเฟ้อในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าการวางแผนรับสัญญาณนโยบายครั้งถัดไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets