เปลี่ยนจากเกินดุลเป็นขาดดุล
ตัวเลขสองงวดนี้สะท้อนการเปลี่ยนจาก “เกินดุล” เป็น “ขาดดุล” การกลับทิศอย่างมากจากเกินดุลไปเป็นขาดดุล 374.2 พันล้านเยน เป็นสัญญาณสำคัญ ข้อมูลชี้ว่าเงินเยนญี่ปุ่นอาจอ่อนค่าลง เพราะอาจหมายถึงความต้องการซื้อสินค้าญี่ปุ่นจากต่างประเทศลดลง จึงควรพิจารณาวางแผนให้ USD/JPY มีโอกาสปรับสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า (USD/JPY คือ “คู่เงิน” ที่เทียบค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกับเงินเยน) ผู้เทรดควรพิจารณาซื้อ “ออปชันแบบคอล” (call options คือสัญญาที่ให้สิทธิในการซื้อในอนาคตที่ราคาอ้างอิง เพื่อทำกำไรเมื่อราคา/อัตราแลกเปลี่ยนขึ้น โดยจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ค่าพรีเมียม) บนคู่เงิน USD/JPY เพื่อรับโอกาสจากเยนอ่อนค่าโดยมีความเสี่ยงที่กำหนดชัดเจน ข้อมูลตลาดปัจจุบันชี้ว่า “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” (interest rate differential คือช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยของสองประเทศ) ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นยังสูง โดยธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) คงดอกเบี้ย ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) ยังใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (accommodative stance คือยังเอื้อให้ดอกเบี้ยต่ำ/สภาพคล่องสูง) ทำให้ดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ปัจจัยพื้นฐานนี้ทำให้การถือสถานะฝั่งซื้อใน “ตราสารอนุพันธ์” (derivatives คือเครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ค่าเงินหรือดัชนี) ของ USD/JPY เป็นแนวทางที่น่าสนใจ สำหรับดัชนี Nikkei 225 ภาพซับซ้อนขึ้นและอาจเปิดโอกาสทำกลยุทธ์เล่นความผันผวน โดยทั่วไปเยนอ่อนค่ามักเป็นผลดีต่อผู้ส่งออกรายใหญ่ของญี่ปุ่นและอาจช่วยหนุนราคาหุ้น แต่การขาดดุลการค้าที่เกิดขึ้นอาจสะท้อนว่าอุปสงค์โลกชะลอ ซึ่งอาจกระทบบริษัทกลุ่มเดียวกันได้กลยุทธ์ความผันผวนของ Nikkei
ความขัดแย้งของปัจจัยนี้ชี้ว่า “ความไม่แน่นอนของตลาด” และ “ความผันผวนโดยนัย” (implied volatility คือความผันผวนที่ตลาดคาดไว้และสะท้อนอยู่ในราคาออปชัน) อาจเพิ่มขึ้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วยการซื้อ “สตรัดเดิล” หรือ “สตรางเกิล” (straddle/strangle คือการซื้อออปชันทั้งฝั่งขึ้นและลงพร้อมกัน เพื่อได้กำไรเมื่อราคาเคลื่อนไหวแรงไม่ว่าทิศทางใด) บนฟิวเจอร์ส Nikkei 225 (futures คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า) ซึ่งจะได้ประโยชน์หากราคาขยับแรงไปทางใดทางหนึ่ง ความผันผวนโดยนัยของออปชัน Nikkei อายุ 3 เดือนเพิ่มจาก 16% เป็น 18.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าตลาดเริ่มคาดความผันผวนมากขึ้นแล้ว เมื่อย้อนดูอดีต เราเคยเห็นสถานการณ์คล้ายกันช่วงกลางปี 2025 เมื่อค่าพลังงานนำเข้าสูงขึ้นทำให้การขาดดุลกว้างขึ้นชั่วคราว ช่วงนั้น Nikkei ผันผวนแต่โดยรวมแกว่งในกรอบ (range-bound คือขึ้นลงในช่วงจำกัด) ขณะที่เงินเยนอ่อนค่าลงต่อเนื่อง บทเรียนนี้ช่วยหนุนมุมมองว่าโอกาสที่ชัดกว่าอาจอยู่ที่ฝั่งค่าเงิน ดังนั้นควรติดตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมันดิบ เพราะเป็นตัวขับต้นทุนนำเข้าของญี่ปุ่นอย่างสำคัญ (commodities คือวัตถุดิบ/สินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาด เช่น น้ำมัน) ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 99% และข้อมูลล่าสุดระบุว่าราคา Brent (Brent crude คือราคามาตรฐานอ้างอิงน้ำมันดิบในตลาดโลก) เพิ่มขึ้น 8% ในเดือนล่าสุดไปมากกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากต้นทุนพลังงานสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ดุลการค้ายังขาดดุล และกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าต่อไป
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets