ความประหลาดใจของสต็อกชี้แรงกดดันขาลง
รายงานสัปดาห์ที่แล้วในปี 2025 ที่ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 6.6 ล้านบาร์เรล ทั้งที่คาดว่าจะลดลงเล็กน้อย เป็นสัญญาณขาลงชัดเจน ความต่างจากคาดมากบอกว่า “อุปทาน” (ปริมาณสินค้าในตลาด) มากกว่า “อุปสงค์” (ความต้องการซื้อ) คาดว่าจะกดราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ลงทันที สำหรับผู้เทรดอนุพันธ์ (เครื่องมือการเงินที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์สและออปชัน) ภาพนี้ชี้ไปที่การซื้อพุทออปชัน (สัญญาที่ให้สิทธิขายในราคาที่กำหนด เพื่อทำกำไรเมื่อราคาลง) บนฟิวเจอร์สน้ำมันดิบ กลยุทธ์นี้ช่วยทำกำไรได้หากราคาลดลงในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อาจพิจารณาราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่กำหนดในสัญญาออปชัน) ที่ต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ (key support: ระดับราคาที่มักมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา) เช่น บริเวณ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของ WTI เป็นเป้าหมายได้ สต็อกที่เพิ่มมากนี้น่ากังวลเมื่อมองสัญญาณเศรษฐกิจโลกในปีก่อน เดือนกุมภาพันธ์ 2025 ดัชนี Caixin Manufacturing PMI ของจีนอยู่ที่ 51.6 (PMI: ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ; มากกว่า 50 หมายถึงกิจกรรมภาคการผลิตขยายตัว) แม้ยังอยู่ในโซนขยายตัว แต่สะท้อนภาพการเติบโตโลกที่ชะลอลง อุปทานล้นในสหรัฐฯ บอกว่าความต้องการใช้น้ำมันอาจชะลอลงมากกว่าที่คิด ต่อไปต้องจับตารายงานสต็อกอย่างเป็นทางการของ EIA (สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ: หน่วยงานรัฐที่เผยแพร่ข้อมูลพลังงาน) เพื่อยืนยันตัวเลขของ API ตามประวัติ ตัวเลขทั้งสองมักไปทิศทางเดียวกัน แต่ในตลาดมองข้อมูล EIA เป็นค่ามาตรฐาน ตัวเลขเพิ่มขึ้นมากยังเกิดในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นปี 2025 (refinery maintenance season: ช่วงที่โรงกลั่นลดกำลังผลิตเพื่อซ่อม) ซึ่งอาจทำให้สต็อกน้ำมันดิบสูงขึ้นชั่วคราวปัจจัยยืนยันและจังหวะเวลา
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets