การขาดดุลพุ่ง และแรงกดดันต่อดอกเบี้ย
ตัวเลขขาดดุลงบประมาณเดือนมกราคมที่ลดลงแรงเป็น $-308 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ว่ารัฐบาลต้องกู้เงินมากขึ้นในไตรมาสนี้ เราเริ่มเห็นตลาดรับภาระหนี้ใหม่ได้ยากแล้ว สะท้อนจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เมื่อสัปดาห์ก่อนที่อ่อนแอ โดยมีอัตราส่วน bid-to-cover (สัดส่วน “ยอดที่เสนอซื้อ” ต่อ “ยอดที่เปิดขาย”; ค่ายิ่งต่ำยิ่งหมายถึงความต้องการซื้อไม่แรง) เพียง 2.3 สิ่งนี้ชี้ว่า “อัตราดอกเบี้ย” มีแนวโน้มถูกกดให้สูงต่อเนื่อง ทำให้กลยุทธ์ที่ได้ประโยชน์จาก “ผลตอบแทนพันธบัตร” ที่สูงขึ้น (yield: ผลตอบแทนที่ผู้ถือพันธบัตรได้รับ) น่าสนใจมากขึ้น แรงกดดันด้านการคลังนี้ทำให้การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve หรือ Fed: ธนาคารกลางของสหรัฐที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ core CPI (ดัชนีราคาผู้บริโภค “ไม่รวม” อาหารและพลังงาน เพื่อดูเงินเฟ้อพื้นฐาน) ยังลดลงยากอยู่ที่ 3.1% ในรายงานล่าสุดของเดือนกุมภาพันธ์ รายงานการประชุม (minutes: บันทึกรายละเอียดการประชุม) ต้นเดือนมีนาคมบอกว่าคณะกรรมการเห็นต่างกัน ทำให้โอกาสลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ดูน้อยลงกว่าที่ตลาดเคยคาดเมื่อเดือนก่อน ความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะ “สูงนาน” จึงเป็นกรณีหลัก และชี้ว่าการเทรดที่ได้ประโยชน์จาก yield curve (เส้นอัตราผลตอบแทนตามอายุตราสารหนี้) ที่แบนหรือกลับหัวอาจทำได้ดี เมื่อรายจ่ายภาครัฐตึงตัวพร้อมกับ Fed ที่ระมัดระวัง ควรคาดว่าความผันผวนของตลาดจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ดัชนี VIX (ดัชนีความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐ; มักเรียก “ดัชนีความกลัว”) ที่แกว่งอยู่แถว 16 ดูต่ำไปในสภาพแวดล้อมนี้ การเตรียมรับความผันผวนพุ่งผ่านสัญญาล่วงหน้า VIX (futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ล็อกราคาไว้) หรือออปชันของดัชนีหลัก (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาที่กำหนด) จึงเหมาะในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตลาดหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น เทคโนโลยีและหุ้นเติบโต อาจเสี่ยงต่อการ “ปรับราคาใหม่” (repricing: ตลาดประเมินมูลค่าใหม่ตามดอกเบี้ย/ความเสี่ยง) บทเรียนที่เราเห็นในปี 2025 คือ การขาดดุลการคลังขนาดใหญ่ในช่วงต้นทศวรรษ 2020s สุดท้ายทำให้เกิดช่วง “คุมเข้มนโยบายการเงิน” (monetary tightening: ขึ้นดอกเบี้ย/ดูดสภาพคล่อง) ยาวนาน ซึ่งกระทบสินทรัพย์ที่มี duration สูง (high-duration assets: สินทรัพย์ที่ราคาไวต่อการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย โดยมักเป็นหุ้นเติบโตที่กำไรอยู่ไกลในอนาคต) ควรพิจารณากลยุทธ์ protective put (การซื้อ put option เพื่อประกันความเสี่ยงขาลง; put คือสิทธิขาย) บน Nasdaq 100 เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากตลาดปรับลงจาก “อัตราคิดลด” (discount rate: อัตราที่ใช้ลดมูลค่าเงินในอนาคตให้เป็นมูลค่าปัจจุบัน) ที่สูงขึ้นดอลลาร์อ่อนค่า และการป้องกันความเสี่ยง
การขาดดุลคู่ (twin deficits: ขาดดุล “งบประมาณรัฐ” และ “บัญชีเดินสะพัด”; บัญชีเดินสะพัดคือดุลการค้าและรายได้/เงินโอนระหว่างประเทศ) กดดันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้มีแนวโน้มอ่อนลงตามปกติ เมื่อ DXY (ดัชนีค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) หลุดระดับ 102 ในเดือนนี้แล้ว การอ่อนค่าต่อดูมีโอกาสสูงขึ้น เมื่อรัฐบาลอัดเงินสกุลของตนและออกหนี้เพิ่ม เราควรพิจารณากลยุทธ์อนุพันธ์ (derivatives: เครื่องมือการเงินที่มูลค่าอิงกับสินทรัพย์อื่น เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ที่ได้ประโยชน์จากดอลลาร์อ่อน เช่น ถือสถานะซื้อ (long: ได้กำไรเมื่อราคาขึ้น) ใน EUR/USD หรือสัญญาล่วงหน้าทองคำ สร้างบัญชีจริงของ VT Markets และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets