ผลต่อเงินเฟ้อของยูโรโซน
ตัวเลขเงินเฟ้อของอิตาลีที่ต่ำกว่าคาดบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคา (price pressures: ภาวะที่ราคามีแนวโน้มถูกดันให้สูงขึ้น) ในยูโรโซน (Eurozone: กลุ่มประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร) อาจกำลังลดลงเร็วกว่าที่คาด ข้อมูลนี้มีแนวโน้มถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายการเงินของยูโรโซน) ก่อนการประชุมครั้งถัดไป และสนับสนุนมุมมอง “ผ่อนคลาย” มากขึ้นต่อ นโยบายการเงิน (monetary policy: แนวทางที่ธนาคารกลางใช้ควบคุมดอกเบี้ยและสภาพคล่องเพื่อดูแลเศรษฐกิจ) โอกาสที่ ECB จะลดดอกเบี้ย (rate cut: การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ก่อนสิ้นไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นในมุมมองนี้ เมื่อพิจารณาว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของทั้งยูโรโซน (core inflation: เงินเฟ้อที่ตัดราคาที่ผันผวนมาก เช่น พลังงานและอาหาร ออก เพื่อดูแนวโน้มจริง) ลดลงมาอยู่ที่ 2.8% ในเดือนมกราคม 2026 ตัวเลขจากอิตาลียิ่งตอกย้ำแนวโน้มเงินเฟ้อลดลง (disinflation: เงินเฟ้อยังเพิ่ม แต่เพิ่มช้าลง) และมีการปรับแบบจำลองเพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ของการลดดอกเบี้ยเร็วสุดในเดือนมิถุนายน ดังนั้นควรพิจารณาการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าที่ต่ำลง (forward interest rates: อัตราดอกเบี้ยที่อ้างอิงสำหรับช่วงเวลาในอนาคต) เช่น ซื้อสัญญาฟิวเจอร์ส EURIBOR เดือนธันวาคม 2026 (EURIBOR futures: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารในสกุลยูโร ใช้เก็งกำไร/ป้องกันความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ย) ตลาดกำลังสะท้อนการลดดอกเบี้ยราว 50 เบสพอยต์ (basis points: หน่วยย่อยของดอกเบี้ย โดย 1 เบสพอยต์ = 0.01%) สำหรับทั้งปี แต่ข้อมูลนี้อาจทำให้ตลาดคาดใกล้ 75 เบสพอยต์ การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อาจทำให้สัญญาฟิวเจอร์สที่มีอยู่ดู “ราคาต่ำกว่าที่ควร” (undervalued: ตลาดให้ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรเป็น) สภาพแวดล้อมนี้ยังเป็นบวกต่อหุ้นยุโรป ทำให้การซื้อออปชันคอล (call options: สิทธิในการซื้อสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้เก็งกำไรขาขึ้น) ของดัชนีอย่าง Euro Stoxx 50 (ดัชนีหุ้นบลูชิพยุโรป 50 ตัว) น่าสนใจในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า มุมมอง ECB ที่ผ่อนคลายมากขึ้นมักทำให้เงินยูโรอ่อนค่า ดังนั้นจึงพิจารณาซื้อออปชันพุท (put options: สิทธิในการขายสินทรัพย์ที่ราคาและเวลาที่กำหนด ใช้ป้องกันความเสี่ยง/เก็งกำไรขาลง) ในคู่เงิน EUR/USD (คู่เงินยูโรเทียบดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินอ่อน (downside: ความเสี่ยงด้านขาลง)ย้อนดูแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อปี 2025
สถานการณ์นี้ต่างอย่างมากจากเงินเฟ้อในภาคบริการ (services inflation: ราคาค่าบริการ เช่น ค่าเดินทาง ร้านอาหาร ค่ารักษา ที่เพิ่มขึ้น) ที่ยืดเยื้อในปี 2025 ความกังวลหลักของปีก่อนคือวงจรค่าจ้าง-ราคา (wage-price spiral: เมื่อค่าจ้างสูงขึ้นทำให้ต้นทุนเพิ่ม ราคาสูงขึ้น แล้วนำไปสู่การเรียกร้องค่าจ้างสูงขึ้นอีก) แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าความเสี่ยงนี้กำลังลดลง นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากท่าที “เข้มงวด” ของธนาคารกลาง (hawkish posture: เน้นขึ้นดอกเบี้ย/คุมเงินเฟ้อแรง) ที่ครอบงำตลาดตลอด 18 เดือนที่ผ่านมา
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets