This website is for a different region.

The content here might not be relevant fo you.
Would you like to visit the North America website?

ราคาทองคำอ่อนตัวลงสู่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ในการซื้อขายช่วงเอเชีย หลังความหวังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลดลง; ความสนใจหันไปที่การตัดสินใจของเฟด

by VT Markets
/
Mar 17, 2026
ราคาทองคำปรับลงเล็กน้อยใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ ในช่วงเช้าตรู่ของการซื้อขายในเอเชียวันอังคาร ความคาดหวังว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)” จะลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง ก่อนการตัดสินใจของ Fed ในวันพุธ ราคาน้ำมันทรงตัวเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ราคาน้ำมันดิบ (น้ำมันก่อนกลั่น) ที่สูงขึ้นทำให้กังวลเรื่องเงินเฟ้อ (ราคาสินค้าโดยรวมแพงขึ้น) ส่งผลให้ตลาดลดโอกาสการลดดอกเบี้ยเร็ว ๆ นี้ และกดดันสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” เช่น ทองคำ (หมายถึงถือแล้วไม่ได้ดอกเบี้ยหรือเงินปันผล)

มุมมองนโยบายของ Fed

Fed คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (federal funds rate: อัตราดอกเบี้ยหลักที่ธนาคารสหรัฐใช้กู้ยืมข้ามคืน) ไว้ที่ 3.50%–3.75% ในการประชุมเดือนมีนาคมวันพุธ บางสำนักคาดว่าการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจไปอยู่ในปี 2026 โดยความเร็วและขนาดการลดดอกเบี้ยยังไม่ชัดเจน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยของ Fed (fed funds futures: สัญญาที่สะท้อนมุมมองตลาดต่อดอกเบี้ยในอนาคต) ตอนนี้ไม่ให้ความน่าจะเป็นกับการลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และชี้ไปที่การลด 1 ครั้งในเดือนธันวาคม ตามเครื่องมือ CME FedWatch (เครื่องมือที่ใช้ราคาสัญญาล่วงหน้ามาคำนวณโอกาสการขึ้น/ลงดอกเบี้ย) การประเมินของตลาดเปลี่ยนไปเพราะยังจับตาความเสี่ยงเงินเฟ้อ ทองคำถูกใช้มากในฐานะ “การเก็บมูลค่า” (store of value: เก็บไว้เพื่อรักษาความมั่งคั่ง) และเป็น “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” (medium of exchange: ใช้แลกซื้อขายสินค้า) และยังซื้อเพื่อทำเครื่องประดับ ทองมักถูกใช้เป็น “เครื่องป้องกันความเสี่ยง” (hedge: ช่วยลดความเสียหายเมื่อสิ่งอื่นผันผวน) จากเงินเฟ้อและค่าเงินอ่อน เพราะไม่ได้ผูกกับผู้ออกสินทรัพย์รายเดียว ธนาคารกลางเป็นผู้ถือทองคำรายใหญ่ที่สุด โดยเพิ่มการถือครอง 1,136 ตัน มูลค่าราว 70,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2022 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดต่อปีตามสถิติ ตามข้อมูลของ World Gold Council (สภาทองคำโลก)

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดและการวางสถานะ

ทองคำมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (US Treasuries: พันธบัตรที่รัฐบาลสหรัฐออก) และมักเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์เสี่ยง (risk assets: สินทรัพย์ที่ราคาผันผวนและเสี่ยงขาดทุน เช่น หุ้น) อีกทั้งอาจได้รับผลจากเหตุการณ์การเมืองระหว่างประเทศ ความกังวลเศรษฐกิจถดถอย (recession: เศรษฐกิจหดตัวต่อเนื่อง) และการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย จากสภาพตลาดที่เห็นในปี 2025 ทิศทางทองคำในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้าดูเหมือนจะขึ้นกับ “ความคาดหวังดอกเบี้ย” มากกว่าปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อดันน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์เมื่อปีก่อน และสะท้อนให้เห็นชัดว่ามีผลต่อการที่ Fed เลื่อนการลดดอกเบี้ย ทำให้เกิดสภาพ “ดอกเบี้ยสูง” ที่ยังคงกดดันสินทรัพย์ไม่ให้ดอกผลอย่างทองคำ ภายใต้ฉากหลังนี้ “ความผันผวน” (volatility: การแกว่งขึ้นลงของราคา) ควรเป็นจุดสำคัญสำหรับผู้เทรด “อนุพันธ์” (derivatives: สัญญาที่มูลค่าขึ้นกับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) เราเห็น “ความผันผวนโดยนัย” ในออปชันทองคำ (implied volatility: ค่าที่ตลาดสะท้อนความคาดหวังความผันผวนในอนาคตผ่านราคาออปชัน) สูงขึ้น คล้ายระดับ 15–20% ในช่วงต้นของสงครามยูเครนปี 2022 สะท้อนความไม่แน่นอนระหว่างความเสี่ยงการเมืองกับนโยบายการเงิน สิ่งนี้บอกว่ากลยุทธ์อย่าง “ลองสตรัดเดิล” หรือ “สตรังเกิล” (long straddle/strangle: ซื้อออปชัน Call และ Put พร้อมกัน เพื่อหวังได้กำไรหากราคาขยับแรงไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) อาจเหมาะกับการหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ไม่ว่ามาจากปัจจัยใด อย่างไรก็ดี แนวโน้มหลักยังเป็นแรงกดจากดอกเบี้ยสูง ทำให้ “พุตป้องกันความเสี่ยง” (protective puts: ซื้อ Put เพื่อคุ้มครองพอร์ตเมื่อราคาลง) หรือ “สเปรดพุตขาลง” (bear put spread: ซื้อ Put ราคาใช้สิทธิสูงและขาย Put ราคาใช้สิทธิต่ำ เพื่อลดต้นทุนแต่จำกัดกำไร) เป็นทางเลือกที่เข้าท่า ข้อมูลตลาดออปชันยังบ่งชี้ว่า “สคิว” เพิ่มขึ้น (skew: ความต่างของราคา/ความผันผวนระหว่าง Put กับ Call) โดย Put แพงกว่า Call สะท้อนความคาดหวังว่าราคาอาจลงต่อ หรืออย่างน้อยมีความต้องการป้องกันการลงสูง หากหลุดระดับ 5,000 ดอลลาร์ซึ่งเป็น “ระดับเชิงจิตวิทยา” (psychological level: ตัวเลขกลมที่คนจำนวนมากจับตา) อาจกระตุ้นแรงขายไปยังแนวรับที่ไม่เห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2024 อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงหนุนจากการซื้อของธนาคารกลางที่ต่อเนื่อง ข้อมูล World Gold Council ระบุว่าธนาคารกลางซื้อสุทธิ 800 ตันในปี 2023 และแนวโน้มยังต่อเนื่องถึงปี 2025 ช่วยเป็นฐานให้ราคา ดังนั้นผู้เทรดอาจพิจารณา “ขายพุตแบบมีเงินค้ำ” (cash-secured puts: ขาย Put โดยเตรียมเงินไว้พอซื้อสินทรัพย์หากถูกใช้สิทธิ) ที่ราคาใช้สิทธิต่ำกว่า เพื่อรับ “พรีเมียม” (premium: เงินที่ได้/จ่ายจากการซื้อขายออปชัน) พร้อมยอมรับการถือทองในราคาลดลงมาก หากเกิดการร่วงแรงแบบไม่คาดคิด ความสัมพันธ์สวนทางกับดอลลาร์สหรัฐยังเป็นปัจจัยสำคัญ ปีที่แล้ว “ดัชนีดอลลาร์” (Dollar Index: DXY ดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงินหลัก) แข็งขึ้นมากเมื่อความคาดหวังการลดดอกเบี้ยหายไป และกดราคาทองโดยตรง ดังนั้นควรจับตาออปชันของ “ETF ติดตามค่าเงิน” (currency-tracking ETFs: กองทุน ETF ที่เคลื่อนไหวตามค่าเงิน/ดัชนีค่าเงิน) เพื่อใช้เป็นสัญญาณนำในการคาดทิศทางทองคำ สร้างบัญชีจริง VT Markets ของคุณ และ เริ่มเทรด ได้เลยตอนนี้

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code