GBP/USD ซื้อขายใกล้ระดับ 1.3310 ลบล้างการขาดทุนของวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนรับมือกับการยกระดับความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน

by VT Markets
/
Mar 17, 2026
GBP/USD ฟื้นขึ้นมาที่ราว 1.3310 ปิดการร่วงต่อเนื่อง 4 วัน และเอาคืนการปรับลงส่วนใหญ่ของวันศุกร์ หลังตลาดประเมินข่าวล่าสุดเกี่ยวกับสงครามสหรัฐ–อิหร่าน คู่เงินอยู่ใกล้ 1.3316 ในมุมมองกราฟ 4 ชั่วโมง ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐโจมตีเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่านในวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปกป้องและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz: เส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับขนส่งน้ำมัน) อีกครั้ง แต่หลายประเทศปฏิเสธการส่งเรือ และสนับสนุนการเจรจาทางการทูตแทน

โฟกัสธนาคารกลางสัปดาห์นี้

ตอนนี้ความสนใจหันไปที่การตัดสินใจของธนาคารกลางในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดี หลังการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ในวันพุธ โดยตลาดคาดว่าเฟดจะ “คงดอกเบี้ย” ที่ 3.50%–3.75% พร้อมรายงาน Summary of Economic Projections (สรุปคาดการณ์เศรษฐกิจ: เอกสารที่บอกมุมมองเรื่องการเติบโต เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยในอนาคต) เชิงเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาลง โดยราคาอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA: เส้นเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ใช้ดูแนวโน้ม) 20 ช่วง ใกล้ 1.3325 และต่ำกว่า SMA 100 ช่วง ใกล้ 1.3411 ดัชนี RSI (Relative Strength Index: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย) ฟื้นขึ้นมาบริเวณ 48 ออกจากโซนขายมากเกินไป (oversold: ภาวะที่ราคาถูกขายลงแรงจนมีโอกาสเด้ง) แนวต้านอยู่ที่ 1.3317 หากผ่านได้มีโอกาสไปแถว 1.3410–1.3420 แนวรับอยู่ที่ 1.3284 และถ้าหลุด 1.3284 แนวรับถัดไปคือ 1.3230

บทเรียนสำหรับการวางตำแหน่งรับความผันผวน

การโจมตีเกาะคาร์กปีก่อนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude: ราคาน้ำมันอ้างอิงตลาดโลก) ที่เคยอยู่ราว 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนเหตุการณ์ พุ่งเกิน 115 ดอลลาร์ภายในสิ้นไตรมาสนั้น ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้นอย่างชัดเจน ข้อมูลจาก Office for National Statistics (หน่วยงานสถิติของสหราชอาณาจักร) ภายหลังระบุว่า CPI อังกฤษ (ดัชนีราคาผู้บริโภค: ตัววัดเงินเฟ้อจากราคาสินค้าและบริการ) ซึ่งได้รับผลจากต้นทุนพลังงานมาก ปรับขึ้นเร็วกว่าในสหรัฐมากกว่า 2 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ความต่างของเงินเฟ้อนี้ทำให้ธนาคารกลางอังกฤษต้องขึ้นดอกเบี้ยแรงกว่าธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งเจอผลกระทบด้านพลังงานน้อยกว่า แม้ทั้งสองธนาคารจะคงดอกเบี้ยทันทีหลังเหตุการณ์ตามที่บทความกล่าวไว้ แต่ต่อมาธนาคารกลางอังกฤษต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มอีก 75 จุดเบสิส (basis points: 1 จุดเบสิส = 0.01%) ภายในสิ้นปี 2025 เพื่อรับมือค่าเงินปอนด์อ่อนและเงินเฟ้อจากของนำเข้า ความต่างของนโยบายนี้กดดันแนวโน้มการเติบโตของสหราชอาณาจักรมากกว่าสหรัฐ ดังนั้น ต่อไปควรโฟกัสการเตรียมรับความเสี่ยงที่ “ได้เสียไม่สมดุล” (asymmetric risks: โอกาสขาดทุนหรือกำไรไม่เท่ากัน) แม้ตอนนี้ดูนิ่ง แต่จุดเสี่ยงทางการเมืองในภูมิภาคผลิตพลังงานยังเป็นภัยหลัก ควรพิจารณาซื้อออปชันราคาถูกที่อยู่นอกช่วงราคา (out-of-the-money options: ออปชันที่ยังไม่คุ้มใช้สิทธิในตอนนี้ มักราคาถูกกว่า) บนคู่เงินที่ไวต่อราคาน้ำมัน เช่น USD/CAD หรือ USD/NOK เพื่อเตรียมรับเหตุการณ์ช็อกด้านอุปทาน การใช้กลยุทธ์อย่าง long straddles ใน GBP/USD (ซื้อออปชัน Call และ Put ที่ราคาใช้สิทธิเดียวกันและวันหมดอายุเดียวกัน: ได้ประโยชน์เมื่อราคาผันผวนแรงไม่ว่าจะขึ้นหรือลง) เป็นวิธีวางตำแหน่งเพื่อรอความผันผวนเพิ่ม โดยไม่ต้องเดาทิศทาง เหตุการณ์เกาะคาร์กปี 2025 แสดงให้เห็นว่าปฏิกิริยารอบแรกของตลาดมักไม่ใช่จุดจบ เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ซึ่งเหมาะกับการเทรดผ่านออปชันมากกว่าซื้อขายทันที (spot: ซื้อขายราคาปัจจุบัน)

เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets

see more

Back To Top
server

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

แชทกับทีมของเราได้ทันที

แชทสด

เริ่มการสนทนาแบบสดผ่าน...

  • โทรเลข
    hold พักไว้
  • เร็วๆ นี้...

สวัสดี 👋

ฉันช่วยอะไรคุณได้บ้าง

โทรเลข

สแกนรหัส QR ด้วยสมาร์ทโฟนเพื่อเริ่มแชทกับเรา หรือ คลิกที่นี่.

ยังไม่ได้ติดตั้งแอป Telegram หรือเวอร์ชันเดสก์ท็อปใช่ไหม? ใช้ Telegram Web แทน.

QR code