สัญญาณเงินเฟ้อพื้นฐานชี้ว่าอุปสงค์อ่อนแอ
เมื่อคำนวณแบบ “เฉลี่ย 3 เดือนแล้วแปลงเป็นรายปี” (three-month annualised: นำอัตรา 3 เดือนมาคิดเทียบเป็นทั้งปี) มาตรวัดพื้นฐานเหล่านี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1% ในเดือนกุมภาพันธ์ ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางแคนาดา แรงกดดันราคาที่เกี่ยวกับปัญหาด้านอุปทาน (supply issues: ของมีไม่พอ/การผลิตติดขัด) ยังมีอยู่ในสินค้าอาหารบางรายการ เช่น เนื้อวัวและกาแฟ บทความเชื่อมโยงกับการผลิตสะดุดจากสภาพอากาศเลวร้าย บทความระบุว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางมีแนวโน้มจะดันเงินเฟ้อพลังงานในเดือนมีนาคม และคาดว่าธนาคารกลางแคนาดาจะคง “อัตราดอกเบี้ยข้ามคืน” (overnight rate: ดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นมากที่ธนาคารใช้กู้ยืมกันข้ามคืน) ไว้ที่ 2.25% ในการประชุมสัปดาห์นี้ รายงานเงินเฟ้อล่าสุดของเดือนกุมภาพันธ์สะท้อนความต่างที่ต้องจับตา: แม้ตัวเลขหลักต่ำที่ 1.8% แต่มาตรวัดพื้นฐานที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญชะลอลงเหลือเพียง 1% บนฐาน 3 เดือน อุปสงค์ภายในที่อ่อนแอนี้สวนทางกับแรงกดดันจากภายนอกที่เพิ่มขึ้นจากห่วงโซ่อุปทาน (supply chains: เครือข่ายการผลิต-ขนส่ง-ส่งมอบสินค้า) และราคาน้ำมันการคาดการณ์ของตลาดเทียบกับความระมัดระวังของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางแคนาดาน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยข้ามคืนที่ 2.25% สัปดาห์นี้ แต่ตลาดสว็อป (swaps market: ตลาดสัญญาแลกเปลี่ยน เช่น แลกดอกเบี้ยลอยตัวกับคงที่ เพื่อสะท้อนการคาดการณ์ดอกเบี้ย) ได้สะท้อนโอกาสเกือบ 60% ของการลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนแล้ว จึงเกิดช่องว่างระหว่างท่าทีระมัดระวังของธนาคารกลางกับมุมมอง “ผ่อนคลาย” ของตลาด (dovish: มองว่าเงินเฟ้อไม่ร้อน ควรลดดอกเบี้ย/ผ่อนนโยบาย) เรามองว่าตลาดอาจรีบเกินไป และประเมินความกังวลของธนาคารต่อแรงกระแทกเงินเฟ้อใหม่ต่ำไป ต้องคำนึงถึงต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ WTI (WTI crude oil: น้ำมันดิบมาตรฐานสหรัฐชื่อ West Texas Intermediate) เพิ่งซื้อขายเหนือ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี ย้อนดูปี 2022 จะเห็นว่าแรงกระแทกราคาพลังงานที่ยืดเยื้อทำให้ธนาคารกลางต้องคงท่าที “เข้มงวด” (hawkish: มองว่าเงินเฟ้อเสี่ยงสูง ควรขึ้นดอกเบี้ย/คงดอกเบี้ยสูง) แม้ส่วนอื่นของเศรษฐกิจจะเริ่มเย็นลง การยกเลิกภาษีคาร์บอนผู้บริโภคในเดือนเมษายน 2025 ยังทำให้การเทียบราคาพลังงานแบบปีต่อปีตีความยากขึ้น เป็นอีกเหตุผลให้ธนาคารรอ ด้วยภาพนี้ กลยุทธ์หนึ่งคือวางตำแหน่งโดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยอาจ “สูงนานกว่าที่ตลาดคิด” อาจพิจารณาสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bankers’ Acceptance (BAX) (ฟิวเจอร์ส BAX: สัญญาล่วงหน้าอิงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของตราสารรับรองการชำระเงินของธนาคาร ใช้คาดการณ์ดอกเบี้ย) ช่วงปลายปี ซึ่งดูเหมือนยังสะท้อนความเสี่ยงต่ำเกินไปว่าเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทานที่ลดช้า (sticky, supply-driven inflation: เงินเฟ้อที่ยึดสูงเพราะของแพง/ขาดแคลน) จะทำให้การลดดอกเบี้ยล่าช้า ธนาคารน่าจะอยากเห็นข้อมูลหลายเดือนที่ชัดเจนก่อนเข้าสู่วัฏจักรผ่อนคลาย (easing cycle: ช่วงเริ่มลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง) ความตึงเครียดระหว่างเงินเฟ้อในประเทศที่อ่อนกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities: สินค้าพื้นฐาน เช่น น้ำมัน โลหะ ธัญพืช) ที่สูง บ่งชี้ว่าความผันผวน (volatility: การแกว่งของราคาแรงขึ้น) อาจเพิ่มขึ้น ผู้เทรดอาจใช้ “ออปชัน” (options: สัญญาที่ให้สิทธิซื้อ/ขายในราคาและเวลาที่กำหนด) เพื่อทำกำไรจากความไม่แน่นอน เช่น ซื้อสแตรดเดิล (straddle: ซื้อออปชันทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายที่ราคาใช้สิทธิเดียวกัน) บนฟิวเจอร์สดอกเบี้ย วิธีนี้ทำให้ได้ประโยชน์หากตลาดขยับแรง โดยไม่ต้องเดาว่าข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐานที่ผ่อนคลายหรือราคาน้ำมันที่กดดันให้เข้มงวดจะเป็นตัวกำหนดก้าวต่อไปของธนาคารกลางแคนาดา สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริงของคุณ และ เริ่มเทรด ตอนนี้
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets