ราคาพลังงาน และข้อจำกัดของ BOJ
ญี่ปุ่นพึ่งพาพลังงานนำเข้า ทำให้ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นอาจดันราคาผู้บริโภค (consumer prices คือราคาสินค้า/บริการที่คนทั่วไปจ่าย) และกดการเติบโตทางเศรษฐกิจ เรื่องนี้อาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) ปรับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมาก (easy policy คือการกดดอกเบี้ยต่ำ/อัดสภาพคล่อง) ได้ยากขึ้น และทำให้คนอยากถือเงินเยนน้อยลง ซึ่งเป็นแรงหนุน USD/JPY ดอลลาร์สหรัฐยังได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ลดลงว่าจะมีการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve: Fed) ในระยะใกล้ ความตึงเครียดตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz คือเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ) ทำให้ราคาน้ำมันอยู่สูง เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และอาจทำให้การลดดอกเบี้ยสหรัฐล่าช้า ซึ่งหนุน USD/JPY ตลาดรอดูดัชนีราคา PCE ของสหรัฐ (Personal Consumption Expenditures Price Index คือดัชนีเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ดู) วันนี้เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย แม้ราคาจะย่อลง แต่ USD/JPY ยังมีแนวโน้มบวกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4การวางสถานะ และกลยุทธ์ออปชัน
ความอ่อนค่านี้เกิดมากจาก BOJ ทำอะไรได้จำกัด (hands are tied คือมีข้อจำกัดจนขยับนโยบายยาก) ซึ่งเคยเห็นคล้ายกันในปี 2025 ตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานล่าสุดของญี่ปุ่นยังอยู่ใกล้ 2.5% สูงกว่าเป้าหมาย ทำให้การปรับนโยบายซับซ้อนขึ้น ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอแต่ราคายังขึ้น (stagflation คือเศรษฐกิจโตช้า/ชะลอ แต่เงินเฟ้อยังสูง) จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ยังเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักเทรดไม่กล้าเดิมพันหนักว่าเงินเยนจะแข็ง อีกด้าน ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งจากความหวังเรื่องการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมปีนี้ที่ลดลง หลังจากมีการลดดอกเบี้ยช่วงแรก เงินเฟ้อที่ยังดื้อทำให้ตลาด (ตามเครื่องมือ CME FedWatch Tool ซึ่งเป็นการคำนวณโอกาสดอกเบี้ยจากราคาฟิวเจอร์ส) มองว่าโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปต่ำกว่า 20% ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นยังเป็นแรงหนุนสำคัญให้ USD/JPY สำหรับผู้เทรดตราสารอนุพันธ์ (derivatives คือเครื่องมือการเงินที่อิงกับราคา เช่น ฟิวเจอร์ส/ออปชัน) ภาวะแบบนี้ชี้ว่าอาจเหมาะกับการซื้อคอลออปชัน (call options คือสิทธิในการซื้อที่ราคาอ้างอิง เพื่อเล่นทางขึ้น) บน USD/JPY เพื่อรับโอกาสขึ้นต่อ แต่จำกัดขาดทุนหากรัฐแทรกแซงแบบไม่คาดคิด (intervention คือการที่รัฐ/ธนาคารกลางเข้าซื้อขายเงินตราเพื่อดันค่าเงิน) ความเสี่ยงแบบ “จำกัด” ของสัญญาออปชันดีกว่าความเสี่ยงแบบ “ไม่จำกัด” ของการถือสถานะขายเงินเยน หากกระทรวงการคลังเข้ามาดำเนินการกะทันหัน ควรจับตาความผันผวนโดยนัย (implied volatility คือความผันผวนที่สะท้อนในราคาออปชัน) ที่สูงขึ้น เพราะสะท้อนความกังวลของตลาดต่อเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI (West Texas Intermediate คือเกรดน้ำมันอ้างอิงของสหรัฐ) ที่กลับขึ้นใกล้ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คล้ายกับช่วงราคาพลังงานพุ่งปีที่แล้ว ในฐานะประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงาน สิ่งนี้กดดันเศรษฐกิจญี่ปุ่นและค่าเงินโดยตรง และย้ำมุมมองว่า การย่อตัวของ USD/JPY มักอยู่ไม่นานและถูกมองเป็นจังหวะเข้าซื้อ สร้างบัญชี VT Markets แบบใช้งานจริง และ เริ่มเทรด ได้ทันที
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets