ความคาดหวังเงินเฟ้อออสเตรเลีย และนโยบาย RBA
ในออสเตรเลีย ความคาดหวังเงินเฟ้อของผู้บริโภค (consumer inflation expectations: ตัวเลขที่สะท้อนว่าคนทั่วไปคาดว่าราคาสินค้าจะขึ้นแค่ไหนในอนาคต) เพิ่มเป็น 5.2% ในเดือนมีนาคม จาก 5% ในเดือนกุมภาพันธ์ สูงสุดนับตั้งแต่กรกฎาคม 2023 ตามข้อมูลของ Melbourne Institute ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA: ธนาคารกลางที่กำหนดนโยบายดอกเบี้ย) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงต้นกุมภาพันธ์ ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Official Cash Rate: ดอกเบี้ยอ้างอิงหลักของประเทศ) เป็น 3.85% ออสเตรเลียไม่มีข้อมูลสำคัญประกาศในวันศุกร์ ส่วนสหรัฐจะเผยดัชนีราคา PCE (PCE Price Index: ดัชนีค่าครองชีพที่เฟดใช้ติดตามเงินเฟ้อ), คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders: คำสั่งซื้อสินค้าที่อายุใช้งานยาว เช่น รถ เครื่องจักร), และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกนเบื้องต้น (Michigan Consumer Sentiment: แบบสำรวจมุมมองผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจ) บนกราฟ 4 ชั่วโมง ราคาเคลื่อนลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อย่างง่าย 20 ช่วงเวลา (20-period SMA: เส้นค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง 20 แท่ง ใช้ดูแนวโน้ม) แถว 0.7120 และทดสอบเส้น SMA 100 ช่วงเวลาแถว 0.7075 ขณะยังอยู่เหนือเส้น SMA 200 ช่วงเวลาแถว 0.7050 ดัชนี RSI (RSI: ตัวชี้วัดแรงซื้อแรงขาย) ลดจากเหนือ 60 ลงมาแถวกลาง 40 และ Momentum (Momentum: ตัวชี้วัดความเร็วของการเปลี่ยนแปลงราคา) กลับเป็นลบ บนกราฟ 1 ชั่วโมง คู่เงินอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 20 และ 100 ช่วงเวลา โดยเส้น SMA 200 ช่วงเวลาอยู่แถว 0.7068 แนวต้านอยู่ที่ 0.7115–0.7120 จากนั้น 0.7150 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 0.7075 และ 0.7000ความต่างของนโยบาย และการวางสถานะในออปชัน
หลังแรงกระทบเมื่อปีที่แล้ว RBA ขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเป็น 4.35% เพื่อสู้เงินเฟ้อ แต่คงดอกเบี้ยมาห้าเดือนแล้ว เงินเฟ้อออสเตรเลียเย็นลงมากจากระดับคาดหวัง 5.2% ในเดือนมีนาคม 2025 โดยข้อมูล CPI รายไตรมาสล่าสุดของเดือนธันวาคม 2025 (CPI: ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ) ลดลงเหลือ 3.4% ทำให้แรงกดดันต่อ RBA ในการขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องลดลง ตอนนี้ประเด็นหลักคือ “ความต่างของนโยบายการเงิน” (policy divergence: เมื่อธนาคารกลางแต่ละประเทศเดินนโยบายดอกเบี้ยคนละทิศ) เพราะเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐตาม PCE (core PCE: เงินเฟ้อที่ตัดหมวดผันผวนอย่างอาหารและพลังงานออก) ยังเหนียวอยู่ที่ 2.9% ณ เดือนมกราคม 2026 ทำให้เฟดยังไม่พร้อมคิดเรื่องลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ดอลลาร์ยังแข็ง และเป็นเหตุสำคัญที่ AUD/USD ค่อย ๆ อ่อนลงมาอยู่ช่วง 0.6800–0.6850 ที่เห็นในวันนี้ ตลาดประเมินว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาดไว้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า เรามองว่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียมีโอกาสขึ้นจำกัด ซึ่งทำให้การ “ขายคอลออปชัน” (sell call options: ขายสัญญาออปชันประเภทสิทธิซื้อ เพื่อรับค่า premium โดยคาดว่าราคาจะไม่ขึ้นแรง) อาจเป็นทางเลือกที่รอบคอบ ตัวอย่างเช่น ขายคอลออปชัน AUD/USD ที่ราคาใช้สิทธิ (strike price: ราคาที่สิทธิในสัญญาออปชันอ้างอิง) แถว 0.6950 ช่วยให้ผู้เทรดรับ “พรีเมียม” (premium: เงินที่ได้รับ/จ่ายเพื่อซื้อขายสัญญาออปชัน) พร้อมคาดว่าคู่เงินจะไม่ทะลุขึ้นแรง กลยุทธ์นี้อาศัยมุมมองตลาดตอนนี้และความแข็งของดอลลาร์สหรัฐ ต้องจับตาความผันผวนที่อาจพุ่งฉับพลัน โดยเฉพาะถ้า WTI ค่อย ๆ กลับขึ้นไปใกล้ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากข่าว OPEC+ ประกาศลดกำลังผลิต (OPEC+: กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร) เพื่อกันความเสี่ยงขาลงแบบรวดเร็ว การ “ซื้อพุทออปชันระยะสั้น” (buy short-term put options: ซื้อสิทธิขายในช่วงเวลาสั้น เพื่อได้ประโยชน์ถ้าราคาลง) ที่ราคาใช้สิทธิใกล้ 0.6750 อาจเป็นการป้องกันความเสี่ยงต้นทุนไม่สูง (hedge: การทำธุรกรรมเพื่อคุมความเสี่ยง) และช่วยรองรับหากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ปะทุอีกครั้ง คล้ายเหตุการณ์ปีก่อน Create your live VT Markets account and start trading now.
เริ่มซื้อขายทันที – คลิกที่นี่ เพื่อสร้างบัญชีจริงของ VT Markets